สื่อสร้างสรรค์  เพื่อคนรักเครื่องเสียง
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เมษายน 17, 2014, 10:46:58 AM


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


[Image]

ระเบียบปฏิบัติกับการอยู่ร่วมกันในการใช้งานเว็บบอร์ด แห่งนี้
---> 1.บุคคลทั่วไปไม่สามารถมองเห็นรูปในเว็บบอร์ดได้ ต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน จึงจะสามารถมองเห็นรูปและเข้าใช้งานได้
---> 2.รูปที่จะทำการโพสต์ในเว็บบอร์ด ต้องไม่ใช้ชื่อไฟล์ภาพที่เป็นภาษาไทยนำหน้า ภาพจะไม่ขึ้น
---> 3.เว็บบอร์ดเป็นบอร์ดเพื่อการเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ห้ามกระทำการเข้าข่ายการขายสินค้าและแนบลิ้งและภาพไปในทางการค้าขายเป็นอันขาด หากพบเห็นจะทำการลบทิ้ง โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
---> 4.โปรดใช้งานเว็บบอร์ดอย่างถูกต้องและมีสติในการโพสต์กระทู้ ในการตั้งคำถาม ต้องลงรายละเอียดสิ่งที่ต้องการถามและบอกเล่าให้ละเอียดเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจกับคำถาม หากไม่ปฎิบัติตามจะลบทิ้งทันที
---> 5.สร้างเว็บบอร์ดแห่งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะประโยชน์ ดังนั้นทุกท่านที่ร่วมใช้งานต้องช่วยกันดูแลความเรียบร้อย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแห่งสังคมแห่งการเรียนรู้

[ไม่เห็นรูป]
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การโมดิฟายด์ Modified ลำโพง  (อ่าน 10977 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
รถเบนซ์ メルセデスベ
VIP 1 กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
**

คะแนนแบ่งปันความรู้ 59
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2983

Thank You
-Given: 244
-Receive: 1147


« เมื่อ: มีนาคม 21, 2010, 12:31:28 PM »



การโมดิฟายด์ลำโพง ก็คือ การทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้ลำโพงตัวนั้นมีการตอบ สนองทางเสียงที่ดีขึ้นกว่าเดิม คุณสมบัติของลำโพงที่เป็นตัวกำหนดคุณภาพของเสียง คือ

1. แม่เหล็กถาวร (Magnet) ถ้ามันมีขนาดใหญ่ มวลสารบริสุทธิ์มาก ก็จะให้เส้นแรง (Flux)แม่เหล็กที่เข้มข้นสูง เสียงจะดีมีพลังมาก ตัวอย่างเรื่องนี้เราเปรียบเทียบลำโพงที่มาจากเยอรมั นหรือยุโรป อเมริกา สังเกตุดู จะมีแม่เหล็กเล็กกว่าลำโพงจากญี่ปุ่นหรือเอเซียเรา แต่ให้เสียงที่ดีกว่า นี่เป็นเพราะสารที่ใช้ทำแม่เหล็กถาวรมีความบริสุทธิ์ มากกว่านั่นเอง

2. วอยซ์คอยล์ (Voice Coil) เป็นขดลวดทองแดงอาบน้ำยาที่ลอยอยู่กลางสนามแม่เหล็กถ าวร ทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อดูดหรือผลักกับแม่เหล็กถาวร

3. กรวยกระดาษ (Cone) เป็นตัวรับการดูดหรือผลักกันของวอยซ์คอยล์ มาถ่ายทอดสู่อากาศเป็นแรงสั่นสะเทือนวิ่งมาเข้าหูเรา ถ้าเป็นลำโพงซับเบสที่เน้นเสียงความถี่ต่ำเป็นหลัก เนื้อกรวยจะเป็นเยื่อกระดาษหยาบๆอัดกันหนามาก มันจะถ่ายทอดคลื่นความถี่ต่ำๆได้ดี ถ้าเป็นลำโพงเสียงกลางหรือลำโพงฟูลเร้นจ์ (Full range) เยื่อกระดาษจะไม่หยาบและอัดกันแน่นเพื่อถ่ายทอดเสียง รวมทุกย่านความถี่

ในการโมดิฟายด์ลำโพงนั้น เราจะต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หนึ่งใน 3 ข้อนี้ หรือทั้งหมด แต่ถ้าเปลี่ยนแม่เหล็กถาวรจะลงทุนแพงมากเกินไป (ซื้อลำโพงตัวใหม่ดีกว่า) เราจะเนันที่ข้อ 2 และหรือข้อ 3 จะประหยัดกว่ามาก คือ

การโมดิฟายด์วอยซ์คอยล์ โดยการใส่วอยซ์คู่ (Dual Voice Coils : DVC) เกรด 4
ดดดดดดดดโดยการเพิ่มขดลวดจากเดิมขดเีดียวขึ้นเป็น2ขด เป็นการเพิ่มแรงแม่เหล็กไฟฟ้าให้ไปผลักกับแม่เหล็กถา วรให้แรงขึ้นเราก็จะได้
เสียงเบสที่นุ่มลึกและเสียงกลางครอบคลุมย่านความถี่ไ ด้มากขึ้น คมชััดใสขึ้น วอยซ์คู่ DVC จะเพิ่มเสียงได้เบสและเสียงกลางได้ถึงประมาณ 30 %

รูปแบบของวอยซ์คู่ ที่แสดงในรูป เป็นแบบ 4 ชั้น ที่ใช้กับลำโพงซับเบสตัวอย่าง 3 แบบคือ

1. วอยซ์คู่แบบไฮเพาเวอร์ สำหรับแม่เหล็ก 3 ชั้น ใช้ลวดเบอร์ใหญ่มากจะได้วัตต์สูงสุด แต่ก็จะต้องใช้เพาเวอร์วัตต์สูงมากๆ และตู้จะต้องใช้ไม้หนามากด้วย จึงจะขับมันให้ได้ เสียงดีที่สุด

2. วอยซ์คู่ไฮเพาเวอร์ สำหรับแม่เหล็ก 2 ชั้น ใช้ลวดใหญ่รองลงมาแต่สเปกในการใช้งาน ก็เหมือนกับลำโพงแม่เหล็ก 3 ชั้น (แต่ได้วัตต์ต่ำลงกว่า ประมาณ 30%)

3. วอยซ์คู่ สำหรับแม่เหล็ก ชั้นเดียว เป็นลำโพงแบบที่เห็นและใช้กันอยู่ทั่วไป ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ประกอบระบบที่ยุ่งยากเป็นพิเศษอะไร ก็ใช้ได้และประหยัดเงินด้วย

วอยซ์คู่ชนิดพิเศษ เป็นแบบ 2 ชั้น (ลำโพงวอยซ์คู่ ทั่วไปในท้องตลาด จะต้องเป็นแบบวอยซ์ 4 ชั้นทั้งสิ้น) แต่ที่ร้านเรามีวอยซ์คู่แบบ 2 ชั้นด้วย โดยมันใช้ใส่ ลำโพงสเตอริโอในบ้าน ลำโพงขนาดเล็กที่ใช้ในรถยนต์ทั่วไป 8",6x9",6.5"- 3" ลำโพงที่ใช้ในงานกลางแจ้ง หรือ ลำโพงที่ใช้ในระบบสเตอริโอในบ้าน ทุกขนาด
1. วอยซ์คู่ 2 ชั้น เบอร์ 35
2. วอยซ์คู่ 2 ชั้นเบอร์ 30
3. วอยซ์คู่ 2 ชั้นเบอร์ 25
เป็นตัวอย่าง 3 แบบ ในหลายๆแบบซึ่งมีขนาดตั้งแต่ เบอร์ 19 ไปจนถึงเบอร์ 110 วอยซ์ทุกตัวรับประกันความทนทาน ลวดไม่หลุด ตลอดอายุการใช้งาน

การโมดิฟายด์วอยซ์คอยล์โดยการใส่วอยซ์ 4 วอยซ์ (2 คู่)(Quad Voice Coils : QVC) เกรด 5

โดยการ เพิ่มขดลวดขึ้นจาก 2 ขด เป็น 4 ขด (การโมในลักษณะนี้เหมาะสำหรับลำโพงซับเบสรถยนต์เท่าน ั้น เพราะต้องใช้เพาเวอร์แอมป์อย่างน้อย 2 แชนเนลคลาส เอ-บี หรือ 1 แชนเนลคลาส ดี ต่อลำโพง 1 ตัว) เป็นการโมขั้นสุดยอดเต็มพิกัดของลำโพงแล้วมันจะเพิ่ม พลังเบสขึ้นจากวอยซ์คู่ขึ้นอีก 1 เท่าตัวหรือประมาณ 60 % จากวอยซ์เดี่ยว แต่วอยซ์ชนิดนี้จะมีข้อกำหนด 2 อย่าง คือ

1. จะต้องเป็นลำโพงชนิดวอยซ์ 4 ชั้นเท่านั้น

2. จะเพิ่มแต่ความหนักแน่นเท่านั้น ไม่ได้เิพิ่มวัตต์ด้วย ฉะนั้นไม่ควรใช้กับเพาร์เวอร์แอมป์วัตต์สูงนักจะดีกว ่า (ซักข้างละไม่เกิน 200 วัตต์ กำลังดี) การโมในข้อนี้เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการเสียงที่นุ่ม ลึกหนักแน่นเป็นพิเศษ โดยใช้ลำโพงซับเบสเพียงคู่เดียวเท่านั้น (เพราะในรถยนต์มีที่จำกัด ไม่สามารถติดตั้งลำโพงหลายๆตัวได้ เราจึงใช้วิธีเพิ่มวอยซ์คอยล์ ลงไปไนตัวลำโพงเองเลย)
วอยซ์แบบลวดแบน (Ribbon) และแบบลวดกลม (Round) ความแตกต่างอยู่ที่การตอบสนองด้านความถึ่ ลวดแบนจะให้การตอบสนองได้ละเอียดกว่า ใสกว่า จึงเหมาะสำหรับลำโพงเสียงกลางและแหลมมากกว่า ส่วนที่เสียงเบสจะใกล้เคึยงกัน ปัญหาอยู่ที่การซ่อมไม่มีร้านไหนมีอะหลั่ยลวดแบนเปลี ่ยนให้ ต้องใช้ลวดแบบกลมแทน เพราะไม่มีอะหลั่ยในเมืองไทย การจะผลิตก็ทำไม่ได้เพราะค่าเครื่องพัน , ค่าลวด แพงมากๆ จะมีเฉพาะบางบริษัทบางยี่ห้อและบางรุ่น เท่านั้นที่มีอะหลั่ยจากโรงงานไว้บริการ ราคาแพงมาก

รูเทอร์โบ (Turbo gap) เป็นรูกลมที่เจาะแผ่นโลหะรอบๆบริเวณที่พันขดลวด ช่วยลดการกำบังแรงแม่เหล็ก (Magnetic shield) ที่ส่งผ่านถึงกันระหว่างขดลวดซึ่งทำหน้าที่เป็นแม่เห ล็กไฟฟ้า กับแม่เหล็กถาวรให้ดีขึ้น ทำให้ได้เสียงที่ใสละเอียดขึ้น ลดความร้อนของขดลวดลง เนื่องจากพลังงานที่เพาเวอร์แอมป์ส่งมาให้ขดลวดนั้นจ ำเป็นต้องใช้ให้หมด มันไม่รับคืน ถ้าไม่เจาะ แผ่นโลหะ จะไปปิดกั้นพลังงานบางส่วน พลังงานที่เหลือนี้จะกลายเป็นความร้อนสะสมจนทำให้ขดล วดวอยซ์คอยล์ไหม้ในที่สุด
ในการเจาะรูเทอร์โบแบบนี้ จะไม่เห็นในวอยซ์คอยล์จากโรงงานหรือวอยซ์ที่มีขายทั่ วไปเพราะ มันจะมีน้ำยาไหลออกมาติดกับแม่แบบ (Bobbin) มีความยุ่งยากลำบากในการพันเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นวอยซ์จากโรงงาน ซึ่งเขาจะใช้เครื่องอัตโนมัติเมื่อพันแล้วจะถอดออกจา กแบบไม่ได้เลย เขาจึงตัดขั้นตอนนี้ออกไป

การเปลี่ยนกรวยกระดาษ (Cone) ในปัจจุบันมีกรวยแบบกระดาษและกรวยแบบโพลิเมอร์ (พลาสติกหล่อ) การให้เสียงก็ดีพอๆกัน แต่จุดอ่อนของกรวยโพลิเมอร์คือถ้าใช้วอยซ์โลหะ เมื่อวอยซ์ไหม้จะทำให้กรวยส่วนคอจะไหม้ละลายไปด้วย แต่ส่วนใหญ่เขาจะใส่วอยซ์กระดาษมาให้ ทำให้ทนทานวัตต์สูงๆได้ไม่ดีนัก มักจะไหม้ได้ง่าย

กรวยแบบขอบโดนัท (Donut Surround) ข้อดีของขอบแบบนี้คือ มันจะมีช่วงชักยาว (Long Throw) ทำให้เสียงไม่เพี้ยนเวลาที่เปิดแรงๆ ในการทำงานตรงนี้จะต้องคำนึงถึงสไปเดอร์ (Spider) ประกอบด้วย (เป็นแผ่นผ้าอัดลอน อยู่ใต้กรวย) สไปเดอร์จะต้องหนาแข็งแรงพอ หรือเป็น 2 ชั้นไปเลย จึงจะทำงานร่วมกับกรวยโดนัทได้ผลดีที่สุด

สรุปเรื่องการโมลำโพง ที่ลำโพงเบส ให้เปลี่ยนวอยซ์คอยล์เป็นวอยซ์คู่ DVC หรือวอยซ์ 4 วอยซ์ QVC ใส่กรวยซับโดนัท ใส่สไปเดอร์ 2 ชั้น ในกรณีวอยซ์คู่ DVC ถ้าไม่แยกขั้ววอยซ์ทั้งสองชุดจะต่อขนานกันที่ขั้วเดิ ม ถ้าแยกขั้วจะมีราคาเพิ่มจากตาราง วอยซ์ทั้งสองชุดจะแยกกันออกขั้วของตัวเอง ในกรณีวอยซ์ 4 วอยซ์ เราจะแยกขั้วให้เป็น 2 ชุด โดยแต่ละชุดจะมีวอยซ์ 2 ชุดต่อขนานกัน หรือถ้าจะแยกขั้วเป็น 4 ชุดก็ได้ วอยซ์แต่ละชุดจะออกขั้วของมันเองทั้ง 4 วอยซ์เลย โดยมีราคาเพิ่มจากตาราง
ทีลำโพงเสียงกลางในกรณีที่เสียงมัวไม่ใส คมชัดพอ ให้เปลี่ยนวอยซ์เป็นวอยซ์คู่ DVC ไม่ต้องแยกขั้ว เราก็จะได้เสียงกลางที่เน้นความถี่กลางให้คมชัดละเอียดขึ้นอีก 30%

เครดิต อนุสรณ์
บันทึกการเข้า
รถเบนซ์ メルセデスベ
VIP 1 กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
**

คะแนนแบ่งปันความรู้ 59
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2983

Thank You
-Given: 244
-Receive: 1147


« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 21, 2010, 12:37:46 PM »

โม สไปเดอร์ + ขอบ ด้วย
..............เป็น การโมลำโพงเพิ่ม ขอบและสไปเดอร์นี้ มันทำหน้าที่เหมือนกับโช้คอัพรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการอัดเบสหนัก เหมือนขับรถวิบาก โช็คต้องแข็ง สไปเดอร์ก็เช่นกันยิ่งอัดเบสมากสไปเดอร์ต้องรับให้ได้ด้วย หรือในแง่การล้าของคอยล์สปิงในโช้คจากการใช้งานมายาวนาน สไปเดอร์ก็มีอายุเช่นกัน เมื่อถึงจุดๆหนึ่งก็ต้องมีการปรับปรุง จะแสดงออกมาในรูปแบบของการอัดเบสได้ไม่เท่าเดิมๆที่เคยเปิดได้ พออัดแล้วเสียงแตกพร้า เบื่องต้นเราสามารถใช้น้ำยาเคลือบทั้งขอบด้านหลัง(หน้าเหมือนเ้ดิมไม่เสีย โฉม) และสไปเดอร์ ทำให้มันมีความกระฉับ และเสริมการดูดกลืนการสั่นค้างของลำโพง (Damping Absorbtion) สามารถกำจัดเสียงเพี้ยนลงไปได้ หรือ ถ้าต้องการให้ได้ผลเต็มที่และการใช้งานที่นานขึ้น ก็ใช้อีกวิธีที่ได้ผลที่สุด คือเปลี่ยนสไปเดอร์ หรืออาจจะเพิ่มสไปเดอร์เป็น 2-3 ชั้นก็ได้ จะทำให้ลำโพงแข็งขึ้นเหมาะที่จะนำไปใช้ในการอัดเบสหนัก หรือรวมๆ เราเรียกว่า กาโมตามตู้ ถ้าตู้เน้นอัด แบบตู้แบนพาส หรือตู้ลิ้น ในการแข่งขัน เนื่องจากในสนามแข่งต้องใช้เน้นความดัง Db มาก ลำโพงต้องรับให้ได้ ทำให้การใส่สไปเดอร์ 2-3 ชั้นเป็นเรื่องจำเป็น

เครดิต soundclinic65
บันทึกการเข้า
+/- [tata] -/+
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 37
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 720

Thank You
-Given: 8
-Receive: 493



« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 21, 2010, 01:57:50 PM »

 1dd01 1dd01 1dd01
บันทึกการเข้า

รักเครื่องเสียง ตั้งแต่เกิด
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
Thai language by ThaiSMF | Modification by VBNeverDie.Com



Web Counter
holiday bouquet

Website นี้ สร้างขึ้นเพื่อสร้างสรรค์ สิ่งดีๆเพื่อสังคมแบ่งปันด้านเครื่องเสียง ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้
ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมายและศิลธรรม หรือข้อความส่อต่อการขัดแย้ง
กรุณาแจ้งมาที่ Nimit-un@hotmail.com หรือทางข้อความส่วนตัวเพื่อที่จะเข้าแก้ไขดูแลได้อย่างเรียบร้อย
ขอขอบพระคุณ
Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.152 วินาที กับ 23 คำสั่ง