ศูนย์การเรียนรู้ เพื่อคนรักเครื่องเสียง
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน กันยายน 23, 2018, 06:00:37 am


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการวัด Tr2sa1943 กับ2sc5200ว่าคู่ไหนเสียหรือไม่เสีย  (อ่าน 8804 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ฺฺBoontham2406
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53

Thank You
-Given: 0
-Receive: 0


น้องบิว ซาวด์


« เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 08:08:12 pm »

 คือผมประเพาเวอร์แต่เมื่อต่อtrเข้ากับบอทแล้ว ไฟกระแสตรงจะออกจุดที่ต่อลำโพงครับจึงอยากถามว่าtrเสียหรือไม่ครับ
บอทของ K-tech ไฟเลี้ยง+-70vdc ครับ cry cry cry
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2011, 08:15:23 pm โดย ฺฺBoontham2406 » บันทึกการเข้า
rtnetwork
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2

Thank You
-Given: 0
-Receive: 0


« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 13, 2011, 10:55:09 pm »

ผมก็เพิ่งเจอมาครับ  **   TR ไม่เสียหรอกครับ

แค่เราต่อ กราวด์ของอินพุท เข้าแหล่งจ่าย  ก็จบแล้วครับ

อาการนี้อย่าพึ่งต่อลำโพงนะครับ   ผมเสียลำโพงไป 3 ดอกเลยทีเดียว 103
บันทึกการเข้า
somyotmusicsound
สวัสดีครับผม
VIP 1 กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
**

คะแนนแบ่งปันความรู้ 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 623

Thank You
-Given: 15
-Receive: 200



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 12:36:38 am »

ผมก็เพิ่งเจอมาครับ  **   TR ไม่เสียหรอกครับ

แค่เราต่อ กราวด์ของอินพุท เข้าแหล่งจ่าย  ก็จบแล้วครับ

อาการนี้อย่าพึ่งต่อลำโพงนะครับ   ผมเสียลำโพงไป 3 ดอกเลยทีเดียว 103

ผมเข้าใจว่า เราต่อ กราวด์ของอินพุท เข้ากับกราวด์ของแหล่งจ่าย ถูกต้องใช่ไหมครับ 

เผื่อคนที่รู้เท่าไม่ถึงการ เอาไปต่อเข้ากับ ไฟ บวก vcc หรือ ไฟลบ vcc  ผมว่างานนี้อาจจะเกิดการเผาไหม้ที่แผ่นปริ้นและอุปกรณ์ทางด้านอินพุตได้เลยนะครับ

ปล. ผมผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  กำลังเข้ามาในวงการทางด้านนี้ครับผม
บันทึกการเข้า

<a href="http://img260.imageshack.us/img260/7198/94334204wf2.swf" target="_blank">http://img260.imageshack.us/img260/7198/94334204wf2.swf</a>

ทีมงานสมยศมิวสิคซาวด์ 306 หมู่ 11 ต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา 56110 081 - 0359281
yakuza408@hotmail.com www.somyotmusicsound.unbbz.com/
ตัวอย่างผลงานเพลงที่บันทึกไว้ครับผม
<a href="http://www.4shared.com/embed/788350567/d00f951b" target="_blank">http://www.4shared.com/embed/788350567/d00f951b</a>
ฺฺBoontham2406
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53

Thank You
-Given: 0
-Receive: 0


น้องบิว ซาวด์


« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 12:56:29 am »

ขอบคุณมากเลยครับ
บันทึกการเข้า
phai_te
VIP 1 กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
**

คะแนนแบ่งปันความรู้ 34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 269

Thank You
-Given: 7
-Receive: 147



« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 12:56:53 am »

ผมก็เพิ่งเจอมาครับ  **   TR ไม่เสียหรอกครับ

แค่เราต่อ กราวด์ของอินพุท เข้าแหล่งจ่าย  ก็จบแล้วครับ

อาการนี้อย่าพึ่งต่อลำโพงนะครับ   ผมเสียลำโพงไป 3 ดอกเลยทีเดียว 103
อย่าเพิ่งด่วนสรุปครับ ที่คุณ rtnetwork เจอมามันเป็นบอร์ด C-500 ใช่ไหมครับ (ผมอ่านเจอใน un-soundsales อ่ะครับ secret) บอร์ด C-500 ต้องต่อกราวด์ที่อินพุตครับ เพราะเขาออกแบบมาแบบนั้น แต่สำหรับบอร์ดรุ่นอื่นอาจไม่เหมือนกัน ไม่สามารถใช้วิธีเดียวกันแก้ปัญหาได้ ทางที่ดีควรเชค tr ก่อนครับ วิธีการง่ายๆคือ หันด้านหน้าของตัว tr เข้าหาตัวเรา(ด้านหน้าคือด้านที่มีเบอร์สกรีนไว้) ใช้มิเตอร์แบบเข็ม ตั้งย่านความต้านทาน x1 เอาโพรบทั้งสอง(สายสีแดงกับสายสีดำของมิเตอร์) จิ้มเข้าขากลาง กับขาที่อยู่ทางขวา แล้วก็สลับขั้ว จิ้มอีกที ถ้าเข็มมิเตอร์กระดิกขึ้น แสดงว่า tr เสีย
 dtfm2
บันทึกการเข้า
thong
VIP 3
Hero Member
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 518
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,609

Thank You
-Given: 0
-Receive: 1048



« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 11:40:18 am »

ต้องแยกวัดเป็นรายตัวนะครับ ตัวใครตัวมัน ทำเหมือนกันทั้งสองเบอร์ แบบที่คุณ phai_te แนะนำไว้นั่นแหละ(เป็นการวัดระหว่างขา C กับขา E ของคู่เอาพุท) ถ้าวัดครั้งแรกเข็มกระดิก ก็ไม่ต้องวัดครั้งที่สองก็ได้ครับ เสียแน่นอนครับ
บันทึกการเข้า

ครูทองอิเล็คทรอนิกส์ 15/1 หมู่ 3  ต.ทวีวัฒนา  อ.ไทรน้อย  จ.นนทบุรี 11150  โทร 086 8856 686 (วิทยุ-โทรคมนาคม เทคนิคราชบุรี 2514)
noneoNLine
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 17
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 263

Thank You
-Given: 67
-Receive: 48



« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 11:59:22 am »

ความรู้ทั้งนั้น..เก็บไว้นานแล้ว..เดียวผมลงรูปให้ดูล่ะกันครับ..




บันทึกการเข้า

นาย ชานนท์ ศรีวิไล
136 หมู่ 10 ต.สระนกแก้ว
อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด 45110
มือถือ 098-6011-890
e-mail : hacker2000th@yahoo.com

baw123
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 20
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 464

Thank You
-Given: 0
-Receive: 16



« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 02:04:26 pm »

ลองอ่านดูครับ
  ทรานซิสเตอร์ (transisotor) เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ 3 ขา ประกอบด้วย ขาเบส (base - B), คอลเล็กเตอร์ (collector - C) และ อิมิตเตอร์ (emitter - E) นับเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีบทบาทต่อการปฏิวัติโลกตัวหนึ่ง มันเกิดมาหลายสิบปีแล้ว โดยกลุ่มนักวิจัยในสหรัฐอเมริกา เดิมทีทรานซิสเตอร์ที่ผลิตขึ้นในยุคแรกๆ จะเป็นชนิด PNP แต่ต่อมาไม่นานนักวิจัยในญี่ปุ่นก็สร้างทรานซิสเตอร์ชนิด  NPN  ขึ้นมา
    แรกเริ่มสารกึ่งตัวนำที่ใช้ทำทรานซิสเตอร์มักจะเป็นเยอรมันเนียม
(ผู้อ่านที่อายุเกินสามสิบปี น่าจะรู้จักดี โดยเฉพาะท่านที่เคยประกอบวิทยุ
เล่น) แล้วต่อมาจึงมีการนำสารซิลิกอนมาสร้างแทน ข้อดีของเยอรมันเนียมคือ ทำงานที่แรงดันต่ำกว่าแบบซิลิกอนได้ เพราะแรงดันไบอัสระหว่างขาเบส-อิมิตเตอร์หรือ VBE มีค่าต่ำคือประมาณ 0.2 ถึง 0.3V ในขณะที่ซิลิกอน
ทรานซิสเตอร์ต้องการ VBE ประมาณ 0.6 ถึง 0.7V ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่นานขึ้น แต่ข้อเสียของเยอรมันเนียมคือผลิตยาก ควบคุมคุณภาพได้ยาก ต้นทุนสูง และก็วัดยากกว่าด้วย ไม่ว่าจะวัดว่าดี-เสีย หรือวัดหาขา ทำเอาผู้ผลิตจากญี่ปุ่นบางรายที่ผลิตเป็นตัวถังโลหะถึงกับต้องทำสัญลักษณ์บอกขากันบนตัวถังเลยทีเดียว (ขาที่ว่าคือ C หรือคอลเล็กเตอร์) โดยมักจะเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือวงกลม แต่ในปัจจุบันนี้ ทรานซิสเตอร์แบบเยอรมันเนียมแทบจะไม่ค่อยมีใช้กันแล้ว เบอร์ที่มีจำหน่ายมักจะเป็นแบบซิลิกอนมากกว่า ซึ่งก็มีทั้งชนิด PNP และ NPN ดังนั้นในบทความนี้จะขอเจาะจงไปที่ทรานซิสเตอร์แบบซิลิกอนเพียงแบบเดียว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 14, 2011, 02:07:54 pm โดย baw123 » บันทึกการเข้า

ศิษย์เก่าสาขาอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคอุทัยธานี
ศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร
JPG01
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 537

Thank You
-Given: 0
-Receive: 145


« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 03:30:32 pm »

ผมวัดแบบมั่ว ๆ เอา  ไม่รู้ถูกหรือเปล่า
แบบนี้ครับ  ทั้ง 2sc   2sa  ตังมิเตอร์ X1
ถ้าไม่เสีย  เข็มจะขึ้น  1 คู่ เท่านั้น  ที่เหลือไม่ขึ้น
ถ้าเสีย  เข็มจะขึ้นทั้งหมดทุกคู่  หรือไม่ขึ้นเลยซักคู่
ผมวัดงี้ครับ...ถูกผิดยังไงแนะนำด้วยครับ
บันทึกการเข้า
nanotech
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10

Thank You
-Given: 0
-Receive: 0


« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 14, 2011, 03:30:47 pm »

ตอบสรุปให้ง่ายๆนะครับ แบบรากหญ้า  secret
กรณีมิเตอร์เข็ม
-วัด2SC2500  ตั้งมิเตอร์ไปที่ย่านวัด X 10K  หรือ X 100K ก็ได้  
ให้เอาสายสีดำ(ไฟบวก) แตะที่ขา C (ขาที่ 2 หรือขากลาง) แล้วเอาสายสีแดง(ไฟลบ) แตะที่ขาที่ 3(อยู่ขวามือ)
ถ้าแตะแล้วเข็มมิเตอร์กระดิกหรือสวิงไปทางขวามือไม่ว่าจะมากหรือน้อยแสดงว่า ทรานซิสเตอร์ รั่ว หรือช๊อต (เสีย)
ถ้าแตะแล้วเข็มมิเตอร์อยู่ที่เดิม(อินฟินิตี้)แสดงว่ายังพอมีหวัง ให้ใช้นิ้วมือแตะที่ขา C และก็ขา B ถ้าเข็มมิเตอร์ไม่กระดิกแสดงว่าทรานซิสเตอร์ขาด(เสีย)
แต่ถ้าแตะแล้วเข็มมิเตอร์สวิงขึ้นแสดงว่าทรานซิสเตอร์ยังใช้ได้ปกติ (ไม่เสีย)
-ส่วน 2SA1943  ให้วัดเหมือนกันเพียงแต่สลับแค่สายมิเตอร์ดำกับแดงแค่นั้น(เอง)
 bye1
บันทึกการเข้า
longdoo
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 87

Thank You
-Given: 0
-Receive: 0

ไม่ใช่ช่าง แต่อยากทำ ชี้แนะด้วย


« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 10, 2018, 05:12:55 pm »

ตอบสรุปให้ง่ายๆนะครับ แบบรากหญ้า  secret
กรณีมิเตอร์เข็ม
-วัด2SC2500  ตั้งมิเตอร์ไปที่ย่านวัด X 10K  หรือ X 100K ก็ได้  
ให้เอาสายสีดำ(ไฟบวก) แตะที่ขา C (ขาที่ 2 หรือขากลาง) แล้วเอาสายสีแดง(ไฟลบ) แตะที่ขาที่ 3(อยู่ขวามือ)
ถ้าแตะแล้วเข็มมิเตอร์กระดิกหรือสวิงไปทางขวามือไม่ว่าจะมากหรือน้อยแสดงว่า ทรานซิสเตอร์ รั่ว หรือช๊อต (เสีย)
ถ้าแตะแล้วเข็มมิเตอร์อยู่ที่เดิม(อินฟินิตี้)แสดงว่ายังพอมีหวัง ให้ใช้นิ้วมือแตะที่ขา C และก็ขา B ถ้าเข็มมิเตอร์ไม่กระดิกแสดงว่าทรานซิสเตอร์ขาด(เสีย)
แต่ถ้าแตะแล้วเข็มมิเตอร์สวิงขึ้นแสดงว่าทรานซิสเตอร์ยังใช้ได้ปกติ (ไม่เสีย)
-ส่วน 2SA1943  ให้วัดเหมือนกันเพียงแต่สลับแค่สายมิเตอร์ดำกับแดงแค่นั้น(เอง)
 bye1
ใช้มือแตะขาบีและขาซี แตะยังไงคับ แตะแบบควบขาบีกับซีเข้าด้วยกันหรือว่า แตะขาบีครั้งหนึ่ง และมาแตะขาซีครั้งหนึ่ง
บันทึกการเข้า
thong
VIP 3
Hero Member
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 518
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,609

Thank You
-Given: 0
-Receive: 1048



« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 10, 2018, 05:58:46 pm »

ไม่แน่ใจว่าจะง่ายหรือยากนะครับ ให้คนวัดตัดสินเอาเองก้แล้วกัน กับการตรวจวัด Tr 5200/1943
1.ต้องรู้ว่าขาไหนคือคือขาE ขาB และขาC นะครับ
2.ตั้งย่านวัด Rx1 ปรับเข็มให้เป็น 0
3.ใช้สายสีใดก็ได้จิ้มวัดขาC กับขาE สังเกตุเข็มกระดิกไหม ถ้ากระดิกก็โยนลงถัง ถ้าไม่กระดิกให้สลับสายวัดแล้ววัดขาC กับขาE เช่นเดิม สังเกตุเข็มกระดิกไหม ถ้ากระดิกก็ลงถัง ถ้านิ่งเฉยถือว่าดี 50% ต้องวัดต่ออีก
4.สายสีใดก็ได้จับขาB อีกสายแตะวัดขาE และขาC เข็มนิ่งหรือว่าขึ้นไปสูงเหมือนกัน ถือว่าดี
5.สลับสายวัดกับข้อ4 แล้วทำเหมือนเดิม เข็มนิ่งหรือว่าขึ้นสูงเหมือนกัน ถือว่าดี
บันทึกการเข้า

ครูทองอิเล็คทรอนิกส์ 15/1 หมู่ 3  ต.ทวีวัฒนา  อ.ไทรน้อย  จ.นนทบุรี 11150  โทร 086 8856 686 (วิทยุ-โทรคมนาคม เทคนิคราชบุรี 2514)
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2015, Simple Machines
Thai language by ThaiSMF | Modification by VBNeverDie.Com


Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.046 วินาที กับ 24 คำสั่ง