ศูนย์การเรียนรู้ เพื่อคนรักเครื่องเสียง
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน กันยายน 17, 2019, 11:49:43 am


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาจับฉ่าย  (อ่าน 11563 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
loi
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 100
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749

Thank You
-Given: 15
-Receive: 411



« ตอบ #60 เมื่อ: มีนาคม 27, 2017, 09:37:28 pm »

คุณภาพเสียงระหว่าง มี กับ ไม่มี buffer จะดีขึ้นไหม

ถ้าไม่มีการโหลด  ไม่มี buffer ดีกว่า มี buffer  แต่ไม่ได้ดีขึ้น จะดีเท่าที่ 1875 ทำได้ (ถ้าทำไว้ไม่ดี ก็ไม่ดีเท่านั้น)
ถ้ามีการโหลด  มี buffer อาจจะดีกว่า ไม่มี buffer
เพราะถ้าเกิดการโหลด สัญญาณที่ลดทอนในแต่ละความถี่ไม่เท่ากัน (ตามตัวอย่างคิดแบบไฟ DC ถ้าของจริงมีความถี่มาเกี่ยวด้วย) คุณภาพก็จะแย่กว่า 1875 ที่ควรจะทำได้
ถ้าต่อ buffer การโหลดลดลง คุณภาพก็จะใกล้เคียงกับที่ 1875 ควรจะทำได้ แต่มีข้อแม้ว่า buffer ต้องออกแบบดีพอไม่สร้างปัญหาเพิ่ม เช่นมี noise เป็นต้น เหล่านี้จะส่งไปขยายโดย 1875 ให้เด่นกว่าคุณภาพที่ควรจะได้

อย่างที่ ท่าน วุฒิ บอกไว้แหละครับ  ทดลองก่อน แล้วจะรู้ คุณภาพเสียงอยู่ที่ความชอบของแต่ละคนครับ
บันทึกการเข้า
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 661

Thank You
-Given: 426
-Receive: 14



« ตอบ #61 เมื่อ: มีนาคม 27, 2017, 09:43:50 pm »

ขอบคุณครับ
    
     ผมมีความรู้สึกว่า 1875 ที่ผมทำ +ปรีโทนที่มี ... ให้คุณภาพเสียงสู้ไม่ผ่านปรีโทน ไม่ได้
       เลยมีความคิดจะเอา 1875 +บัฟเฟอร์ ... มาฟังกับคอมป์ PC ต้องการแท่นไม่ให้ใหญ่นักด้วย
     มี 12AU7 ตอนแรกจะเอามาทำ บัฟเฟอร์ แต่ต้องลงทุนเพิ่ม .. เกรงผลออกมาไม่คุ้ม

     พบวงจร บัฟเฟอร์ โซลิดสเตท ... แต่เขาไม่ระบุ เรื่องอิมพิแดนซ์ ครับ ... แต่เขาระบุว่าใช้กับ GC คงแถวๆ 3875, หรือ3886 จึงน่าจะเอามาใช้กับ1875 ได้
    
ขอบคุณครับ


* 0 discretebuffer.gif (3.83 KB, 490x330 - ดู 140 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
loi
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 100
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749

Thank You
-Given: 15
-Receive: 411



« ตอบ #62 เมื่อ: มีนาคม 27, 2017, 10:37:37 pm »

ลองเป็น op amp น่าจะง่ายกว่านะครับ
อันนี้ ตัดมาจากชุด gain clone ของ esp sound (Elliott Sound Products) ซีกซ้าย
เลือกใช้ R7 ตัวเดียว ตามวงจร ใช้สวิตช์เลือก เพื่อปรับอัตราขยาย โดยต่อลง gnd
อัตราขยาย เท่ากับ R8/R7 +1
ถ้าไม่ต่อ R7 เลย กำลังขยายเท่ากับ 1
IC NE5532 เป็น opamp คู่  ใช้ 1458  4558  TL072 LF353 แทนได้หมด ลองดู หรือใช้ แบบตัวเดี่ยว 741 ดูก็ได้ ระวังเรื่องขาด้วย


* preamp.jpg (31.28 KB, 592x486 - ดู 108 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 27, 2017, 10:46:03 pm โดย loi » บันทึกการเข้า
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 661

Thank You
-Given: 426
-Receive: 14



« ตอบ #63 เมื่อ: มีนาคม 27, 2017, 10:46:40 pm »

ขอบคุณครับ

    เป็นโปรเจ็ค 88 ใช่ไหมครับ ... ดูจากตัวเลขส่วนล่างของรูป
    ไอซี เราเปลี่ยนเบอร์ได้ใช่ไหมครับ

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
loi
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 100
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749

Thank You
-Given: 15
-Receive: 411



« ตอบ #64 เมื่อ: มีนาคม 27, 2017, 11:01:35 pm »

ขอบคุณครับ

    เป็นโปรเจ็ค 88 ใช่ไหมครับ ... ดูจากตัวเลขส่วนล่างของรูป
    ไอซี เราเปลี่ยนเบอร์ได้ใช่ไหมครับ

ขอบคุณครับ

อันนี้เป็น project 115  แต่ใช้ 88 ดัดแปลงบางค่า จาก figure 4
ถ้าดูจาก 88 อาจจะงง เพราะต้องไปคิดต่อ

IC ต้องลองดู สไตล์เสียงอาจแตกต่างได้ ถ้าได้ตรงเบอร์จะดี เพราะ noise ต่ำ 
บันทึกการเข้า
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 661

Thank You
-Given: 426
-Receive: 14



« ตอบ #65 เมื่อ: มีนาคม 28, 2017, 08:32:26 am »

    สงสัยที่มาของตัวเลข ในข้อมูลจาก ESP. Project88 ที่มีการขยาย 2Stage
    อัตราขยาย ขึ้นอยู่กับ R3=R4 และ R7=R8   ... เป็น R ในแต่ละสเตจ

    ในตาราง
     1. แสดงค่า R7 เมื่อเปลี่ยนค่า จะต้องเปลี่ยนค่า R8 ให้เท่ากันด้วย ใช่ไหมครับ
     2. เมื่อเปลี่ยนค่า R7 จะทำให้ค่า dB ในStage1 เปลี่ยนด้วยใช่ไหมครับ
     3. ดูเฉพาะช่อง Stage2 ดูค่า R7 ที่เปลี่ยน ทำไมค่า Stage2(dB) มันไม่แปรผันตาม
     4. ทำไม Stage1มี dB 2ช่อง ซึ่งค่าไม่เท่ากัน
     5. ที่กรอบแดง ค่าR7 =10K. ทำไมค่า dB ของ Stage1 ไม่เท่ากัน

ขอบคุณครับ

    


* 0 ESP Prj 88.gif (8.32 KB, 454x190 - ดู 100 ครั้ง.)

* 0 ESP PrJ 88 2.gif (20.17 KB, 450x222 - ดู 101 ครั้ง.)

* 0 ESP PrJ 88 3.jpg (53.94 KB, 600x234 - ดู 104 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 28, 2017, 09:04:35 am โดย AoyNew » บันทึกการเข้า
loi
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 100
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749

Thank You
-Given: 15
-Receive: 411



« ตอบ #66 เมื่อ: มีนาคม 28, 2017, 10:59:24 am »

  สงสัยที่มาของตัวเลข ในข้อมูลจาก ESP. Project88 ที่มีการขยาย 2Stage
    อัตราขยาย ขึ้นอยู่กับ R3=R4 และ R7=R8   ... เป็น R ในแต่ละสเตจ

    ในตาราง
     1. แสดงค่า R7 เมื่อเปลี่ยนค่า จะต้องเปลี่ยนค่า R8 ให้เท่ากันด้วย ใช่ไหมครับ
     2. เมื่อเปลี่ยนค่า R7 จะทำให้ค่า dB ในStage1 เปลี่ยนด้วยใช่ไหมครับ
     3. ดูเฉพาะช่อง Stage2 ดูค่า R7 ที่เปลี่ยน ทำไมค่า Stage2(dB) มันไม่แปรผันตาม
     4. ทำไม Stage1มี dB 2ช่อง ซึ่งค่าไม่เท่ากัน
     5. ที่กรอบแดง ค่าR7 =10K. ทำไมค่า dB ของ Stage1 ไม่เท่ากัน

ขอบคุณครับ

    

คงจะเข้าใจยาก ถ้าท่านไม่อ่านบทความให้ครบถ้วน
เพราะรูปที่ยกมาเป็นรูปตั้งต้น แต่ในตารางเป็นการทดลองเปลี่ยนค่า R ที่เกี่ยวข้องทั้งสองสเตจ เพื่อปรับเกน
ถ้าไล่เลียงตามลำดับก็จะเข้าใจ

1. เกนของ control.  เท่ากับ -3db. อันนี้คงที่ ไม่มีปรับเปลี่ยน

2 สเตจ1 มีการทดสอบเปลี่ยนเกน เป็น 2 ค่าคือ 0 db กับ 6db
0 db คือ ตัดR4 ออก เหลือแต่ R3. เกนเท่ากับ 1
6 db คือ. ตามรูป เกนเท่ากับ 2. (10/10 + 1=2) หรือ 20log(2)=6db

3 เมื่อทดลองเปลี่ยนเกนสเตจ1 ในแต่ละครั้ง จะปรับเกนสเตจ2 อีก 5 ค่าแล้วบันทึกผล
ล็อกค่า R8 ที่10k แล้วเปลี่ยนค่า R7 5 ค่าตามตาราง
คำนวณเกนออกมา แล้วหาค่า db ได้ตามตาราง

ดังนั้นคำถามของท่านก็จะได้คำตอบแล้ว

1 ค่าR8 ล็อกไว้ที่10k ไม่เปลี่ยนเลยตลอดการทดลอง

2 เปลี่ยนR7 ไม่เกี่ยวกับค่าdb ของสเตจ1

3 ค่าdb ของสเตจ2 เปลี่ยนตามการเปลี่ยน R7. สงสัยท่านจะอ่านค่าผิดคอลัมน์

4. สเตจ1 มีค่าdb 2 ค่า เพราะมีการเปลี่ยนเกนของสเตจ1 เป็น2 ค่า คือเกน=1 กับเกน=2

5 ตามกรอบแดง db สเตจ1 ไม่เท่ากันเพราะเป็นการทดลองทีละรอบ รอบแรกใช้เกนเท่ากับ1 แล้วเปลี่ยนเกนสเตจ2 5 ครั้ง รอบสองใช้เกนเท่ากับ 2 แล้วเปลี่ยนเกนสเตจ2 อีก5 ครั้ง

สุดท้าย เกนสเตจ1 = R3/R4 + 1
เกนสเตจ 2 = R8/R7 + 1
ทำเป็นค่า db.  =  20 log(เกน)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 28, 2017, 11:27:56 am โดย loi » บันทึกการเข้า
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 661

Thank You
-Given: 426
-Receive: 14



« ตอบ #67 เมื่อ: มีนาคม 28, 2017, 02:16:40 pm »

ขอบคุณครับ

      คงต้องอ่านคำอธิบาย ของคุณloi ทีละบันทัด พร้อมดูค่าในตาราง และทำความเข้าใจ (คงได้นิดหน่อย)
      ไม่ได้สังเกตุว่าค่า R7 จะมี5ค่า ซ้ำกัน(2ชุด) จาก 10K ... 4.7K

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
chao2442-@hotmail.com
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 11
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 611

Thank You
-Given: 37
-Receive: 106


« ตอบ #68 เมื่อ: มีนาคม 28, 2017, 02:48:00 pm »

วงจรไอซีตระกูล TDA ของทอมสันให้เสียงทุ้มนุ่มนวล ผมใช้เปิดร่วมกับ DC TONE บวกด้วยบูทเบส แบบปรับความถี่ได้ ฟังเพลงไทย ลูกกรุง หลับง่าย หายเครียด ครับผม


* 3713afa32f2db09fc564eaefa7fe1bca.jpg (42.04 KB, 608x480 - ดู 88 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 28, 2017, 03:04:57 pm โดย chao2442-@hotmail.com » บันทึกการเข้า
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 661

Thank You
-Given: 426
-Receive: 14



« ตอบ #69 เมื่อ: มีนาคม 29, 2017, 11:10:28 am »

     วงจรที่ทำๆกันในเวบบ์ DIY, วัตต์เท่าๆกัน, อุปกรณ์ธรรมดาที่หาได้ทั่วไป
     ระหว่าง OTL, OCL
     ลักษณะเสียงที่แตกต่างกันชัดเจน ... มีอะไรบ้าง

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
chao2442-@hotmail.com
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 11
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 611

Thank You
-Given: 37
-Receive: 106


« ตอบ #70 เมื่อ: มีนาคม 29, 2017, 05:24:53 pm »

วงจร OCL  มีมากให้เลือก วงจร OTL มีไม่กี่วงจรเอง ทางเลือกจึงมีน้อย และทำยากกว่าวงจร OCL วงจร OCL จำพวก 741 ทำง่าย ถ้าอุปกรณ์ดีทำถูกต้องตามวงจร ไฟเอ๊าพุทได้ .00Vเลย ไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย ถ้าได้โทนที่ถูกใจเขาละก็ ขั้นเทพเลยครับ
บันทึกการเข้า
wut_nimmee
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 69
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,466

Thank You
-Given: 51
-Receive: 284



« ตอบ #71 เมื่อ: มีนาคม 29, 2017, 07:42:59 pm »

วงจร otl. ถ้าทำฟังในบ้านได้อรรถรสมากกว่า แต่ถ้าต้องการใช้งานกลางแจ้ง otl. ไม่ค่อยจะเหมาะนัก เพราะการทำให้กำลังวัตต์มากกว่าร้อยวัตต์ต่อข้างยาก เพราะ c ค่าสุงๆ โวลท์สูงๆหายากและราคาแพงมาก
บันทึกการเข้า

วุฒิ นิมมี
เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160  โทร.081-6523425

จงอย่าเชื่อเครื่องมือหรือใครที่บอกว่าดี ถ้ายังไม่ได้ลงมือทดลองด้วยตนเอง
wut_nimmee
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 69
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,466

Thank You
-Given: 51
-Receive: 284



« ตอบ #72 เมื่อ: มีนาคม 29, 2017, 07:45:08 pm »

และนี่คือสาเหตุหลักที่เครื่อเสียงกลางแจ้งไม่นิยมวงจรแบบโอทีแอล
บันทึกการเข้า

วุฒิ นิมมี
เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160  โทร.081-6523425

จงอย่าเชื่อเครื่องมือหรือใครที่บอกว่าดี ถ้ายังไม่ได้ลงมือทดลองด้วยตนเอง
chao2442-@hotmail.com
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 11
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 611

Thank You
-Given: 37
-Receive: 106


« ตอบ #73 เมื่อ: มีนาคม 29, 2017, 09:02:00 pm »

วงจร OTL ที่พัฒนาครั้งล่าสุดที่อาจารย์เชิดศักดิ์ ให้อาจารย์ โลน้อย ช่วยปรับปรุงวงจรของปู่รอย และมีสมาชิกในเวปนี้อีกหลายๆท่าน ร่วมแรง ร่วมใจกัน สร้างสรรค์ วงจร OTL ตัวผมเองมีความคิดมานานแล้วว่า อยากเห็นวงจร OTL ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ ชนิด PNP จากภาคหน้า จนถึงภาคหลังสุด แบบปู่รอยได้จารึกไว้ในประวัติศาสเครื่องเสียงของไทยที่ใช้ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN ล้วน สมาชิกท่านได มีไว้ในครอบครองถือว่ามีโชคเลยครับ ยืมภาพเอามาให้ชมครับ


* DSC01748.JPG (95.25 KB, 650x488 - ดู 53 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 661

Thank You
-Given: 426
-Receive: 14



« ตอบ #74 เมื่อ: มีนาคม 30, 2017, 06:05:12 am »

วงจร otl. ถ้าทำฟังในบ้านได้อรรถรสมากกว่า แต่ถ้าต้องการใช้งานกลางแจ้ง otl. ไม่ค่อยจะเหมาะนัก เพราะการทำให้กำลังวัตต์มากกว่าร้อยวัตต์ต่อข้างยาก เพราะ c ค่าสุงๆ โวลท์สูงๆหายากและราคาแพงมาก

ขอบคุณครับ
    สาเหตุที่ถาม ก็เพราะไปเห็น Data sheet ของLM3886 มีการต่อแบบ OTL
    แต่ไม่เคยเห็นใครทำเลย

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2015, Simple Machines
Thai language by ThaiSMF | Modification by VBNeverDie.Com


Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.032 วินาที กับ 24 คำสั่ง