สื่อสร้างสรรค์  เพื่อคนรักเครื่องเสียง
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน พฤษภาคม 26, 2017, 04:53:42 am


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาจับฉ่าย  (อ่าน 2862 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
loi
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 100
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749

Thank You
-Given: 15
-Receive: 411



« ตอบ #45 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 08:18:52 pm »


  ลองคิดเล่น ๆ
  ถ้า C-E ลัดวงจร จะอ่านแรงดันได้เท่าไร คร่อม R10k ทั้งสองตัว // ตัวบน 20, ตัวล่าง 0
  และถ้า R10k ล่างลัดวงจร จะอ่านแรงดันได้เท่าไร คร่อม R10k ทั้งสองตัว // ตัวบน 20, ตัวล่าง 0
  และถ้า R10k บนลัดวงจร จะอ่านแรงดันได้เท่าไร คร่อม R10k ทั้งสองตัว // ตัวบน 0, ตัวล่าง 20
  และถ้า R10k บน ขาดวงจร จะอ่านแรงดันได้เท่าไร คร่อม R10k ทั้งสองตัว // ตัวบน 10, ตัวล่าง 10


    ถ้าถูกหมด แสดงว่ายังไม่เป็นอัลไซเมอร์
    ถ้าผิดหมด แสดงว่าเป็นอัลฯ รุนแรง

 ถ้า C-E ลัดวงจร จะอ่านแรงดันได้เท่าไร คร่อม R10k ทั้งสองตัว // ตัวบน 20, ตัวล่าง 0   OK
  และถ้า R10k ล่างลัดวงจร จะอ่านแรงดันได้เท่าไร คร่อม R10k ทั้งสองตัว // ตัวบน 20, ตัวล่าง 0  OK
  และถ้า R10k บนลัดวงจร จะอ่านแรงดันได้เท่าไร คร่อม R10k ทั้งสองตัว // ตัวบน 0, ตัวล่าง 20  OK
  และถ้า R10k บน ขาดวงจร จะอ่านแรงดันได้เท่าไร คร่อม R10k ทั้งสองตัว // ตัวบน 10, ตัวล่าง 10  บน 20   ล่าง 0-0.6V ตามสภาพของ Tr

เป็นอัลไซเมอร์ นิดหน่อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 19, 2017, 08:23:19 pm โดย loi » บันทึกการเข้า
wut_nimmee
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 64
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346

Thank You
-Given: 49
-Receive: 256



« ตอบ #46 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 08:35:31 pm »

ถ้า r. 10k. ตัวบนลัดวงจร และทรานซิสเคอร์ ลัดวงจรที่ c e  สรุปว่า ทรานซิสเตอร์จะแตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะทรานซิสเตอร์รับกระแสไม่ไหว ถ้าเป็นทรานซิสเตอร์กำลัง ไม่มีฟิวส์ตัด หม้อแปลงไฟอาจไปด้วย ถ้าเป็นวงจรจ่ายไฟแบบสวิทชิ่ง จะกลับบ้านเก่าตามไปด้วยอีกชุดนึง
บันทึกการเข้า

วุฒิ นิมมี
เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160  โทร.081-6523425

จงอย่าเชื่อเครื่องมือหรือใครที่บอกว่าดี ถ้ายังไม่ได้ลงมือทดลองด้วยตนเอง
wut_nimmee
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 64
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346

Thank You
-Given: 49
-Receive: 256



« ตอบ #47 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 08:37:41 pm »

ฉะนั้นการต่อใช้งานแหล่งจ่ายไฟควรมีฟิวส์ป้องกัน. เพื่อไม่ให้แหล่งจ่ายกำลังต้องเสียไปด้วย
บันทึกการเข้า

วุฒิ นิมมี
เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160  โทร.081-6523425

จงอย่าเชื่อเครื่องมือหรือใครที่บอกว่าดี ถ้ายังไม่ได้ลงมือทดลองด้วยตนเอง
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 643

Thank You
-Given: 420
-Receive: 13



« ตอบ #48 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 09:03:19 pm »

ฉะนั้นการต่อใช้งานแหล่งจ่ายไฟควรมีฟิวส์ป้องกัน. เพื่อไม่ให้แหล่งจ่ายกำลังต้องเสียไปด้วย

    หม้อแปลง มีขด 15 0 15 ผมแยกไปบัดกรีลง 2วงจร ต่อมาถอดแผงหนึ่งออก ก็เอา3สายนั้นใส่ท่อรัด ให้รวมกันไว้ ทดลองกับแผงที่ต่ออยู่ ขยับไปขยับมา ควันขึ้นหม้อแปลง .. ขดไพรมารีชอร์ตขาด
    เหตเพราะ 3สายที่บัดกรีออก ปลายทั้ง3สายที่เคลือบตะกั่วอยู่ พร้อมใจกันแตะกับแท่นโลหะ

    * ว่าจะเอาไปให้ร้านพันให้ใหม่ กลัวไม่คุ้ม ซื้อมาแตะ400
    * ฟิวส์ จะเอาใช้กับเมนแอมป์ 30-50W ควรใช้ค่าสักเท่าไร

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 643

Thank You
-Given: 420
-Receive: 13



« ตอบ #49 เมื่อ: มีนาคม 21, 2017, 09:25:51 am »

   หม้อแปลงเทอรอยด์จากจีน มีใครเคยใช้ ... ดีไหมครับ
   เทียบกับ E-I ที่โวลท์ เท่ากัน  จะหนักกว่า,  Amps จะมากกว่า,  ราคาถูกกว่า เกือบร้อยบาท
บันทึกการเข้า
chao2442-@hotmail.com
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 8
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 579

Thank You
-Given: 14
-Receive: 93


« ตอบ #50 เมื่อ: มีนาคม 22, 2017, 07:23:34 am »

หม้อแปลงเดี๋ยวนี้ ต้องระวังเวลาซื้อ ผมเคยประสบมากับตนเอง เขาเอาอลูมิเนียมมาใช้พันหม้อแปลง ก็ดีเหมือนกันเอาไว้เป็นอาจารย์ เส้นลวดไฟขาออกจะใหญ่  ไม่ทราบว่าผลิตจากที่ได ครับผม
บันทึกการเข้า
wut_nimmee
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 64
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346

Thank You
-Given: 49
-Receive: 256



« ตอบ #51 เมื่อ: มีนาคม 22, 2017, 10:11:33 am »

หม้อแปลงเดี๋ยวนี้ ต้องระวังเวลาซื้อ ผมเคยประสบมากับตนเอง เขาเอาอลูมิเนียมมาใช้พันหม้อแปลง ก็ดีเหมือนกันเอาไว้เป็นอาจารย์ เส้นลวดไฟขาออกจะใหญ่  ไม่ทราบว่าผลิตจากที่ได ครับผม
เนื่องจากราคาทองแดงมีราคาสูงขึ้น จึงนำอลูมิเนียมมาแทน การนำไฟฟ้าของอลูมิเนียมจะน้อยกว่าทองแดง การใช้อลูมิเนียมจะต้องใช้เส้นที่โตกว่าทองแดง ฉะนั้นตัวหม้อแปลงจะต้องใหญ่ขึ้นอีกเกือบ 1 เท่าตัว เพื่อให้สายอลูมิเนียมที่มีเส้นโตนั้นพันลงไปได้หมด จึงไม่แปลกใจเลยว่าสมัยนี้จะต้องมีการรับประกันว่าใช้ลวดทองแดงในการพัน
บันทึกการเข้า

วุฒิ นิมมี
เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160  โทร.081-6523425

จงอย่าเชื่อเครื่องมือหรือใครที่บอกว่าดี ถ้ายังไม่ได้ลงมือทดลองด้วยตนเอง
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 643

Thank You
-Given: 420
-Receive: 13



« ตอบ #52 เมื่อ: มีนาคม 22, 2017, 10:31:28 am »

ขอบคุณครับ
    เคยได้ยินเหมือนกัน ...
    เราไม่สามารถเช็คได้ว่าหม้อแปลงนั้น พันด้วยทองแดง หรืออลูมิเนียม ?
    ถ้าไม่ติดปัญหา เรื่องที่วางในแท่น คงใช้แบบ E-I ... นอกนั้นคงต้องวัดดวง

    ปห.ใหม่
   PSU. Filter ด้วย 4700u x3 +R10K 5W 1ตัว คร่อมบวก-ลบ
    เปิดแล้วปิดทิ้งไว้คืนหนึ่ง รุ่งขึ้นมาบัดกรี ยังมีประกายไฟเล็กๆ หรือเสียงเปรี๊ยะเบาๆ
    ต้องทำยังไง ให้มันดิสชาร์จ เร็วกว่านี้


ขอบคุณครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 22, 2017, 10:35:32 am โดย AoyNew » บันทึกการเข้า
Pichet_VC
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 91

Thank You
-Given: 0
-Receive: 50


« ตอบ #53 เมื่อ: มีนาคม 22, 2017, 11:48:49 am »

ขอบคุณครับ
    เคยได้ยินเหมือนกัน ...
    เราไม่สามารถเช็คได้ว่าหม้อแปลงนั้น พันด้วยทองแดง หรืออลูมิเนียม ?
    ถ้าไม่ติดปัญหา เรื่องที่วางในแท่น คงใช้แบบ E-I ... นอกนั้นคงต้องวัดดวง

    ปห.ใหม่
   PSU. Filter ด้วย 4700u x3 +R10K 5W 1ตัว คร่อมบวก-ลบ
    เปิดแล้วปิดทิ้งไว้คืนหนึ่ง รุ่งขึ้นมาบัดกรี ยังมีประกายไฟเล็กๆ หรือเสียงเปรี๊ยะเบาๆ
    ต้องทำยังไง ให้มันดิสชาร์จ เร็วกว่านี้


ขอบคุณครับ

แสดงว่าชุดซัพพลายไม่ได้ต่อกับแอมป์ ในวงจรซัพพลายจึงมีโหลดแค่ตัวเดียวคือ R 10 K 5W ซึ่งอาจทำให้ดิสซาร์จได้ช้าเนื่องจากคาปาซิเตอร์มีค่าสูง ผมแนะนำว่าก่อนจะนำไปใช้งานหรือจะทำอะรัยกับมันให้ใช้ R 200-500โอห์มดิสชาร์จไฟที่ค้างทิ้งครับ เราไม่ควรต่อ R ดิสชาร์จค่าต่ำๆค้างไว้อย่างถาวร เพราะเมื่อเราต่อกับแอมป์ ชุดแอมป์จะเป็นโหลดในการดิสชาร์จอยู่แล้วครับ
บันทึกการเข้า
loi
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 100
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749

Thank You
-Given: 15
-Receive: 411



« ตอบ #54 เมื่อ: มีนาคม 22, 2017, 12:30:01 pm »

ขอบคุณครับ
    เคยได้ยินเหมือนกัน ...
    เราไม่สามารถเช็คได้ว่าหม้อแปลงนั้น พันด้วยทองแดง หรืออลูมิเนียม ?
    ถ้าไม่ติดปัญหา เรื่องที่วางในแท่น คงใช้แบบ E-I ... นอกนั้นคงต้องวัดดวง

    ปห.ใหม่
   PSU. Filter ด้วย 4700u x3 +R10K 5W 1ตัว คร่อมบวก-ลบ
    เปิดแล้วปิดทิ้งไว้คืนหนึ่ง รุ่งขึ้นมาบัดกรี ยังมีประกายไฟเล็กๆ หรือเสียงเปรี๊ยะเบาๆ
    ต้องทำยังไง ให้มันดิสชาร์จ เร็วกว่านี้


ขอบคุณครับ

จุดบัดกรี r คงไม่ดีพอ  เพราะดิสชาร์จทั้งคืน ไม่ควรมีประจุเหลือพอจนเกิดประกายไฟได้
ในทางวิชาการ เมื่อคำนวณด้วยค่า c 4700ufx3  r 10k
จะได้เวลาที่ดิสชาร์จประมาณ 705 วินาที   ( 5RC )
บันทึกการเข้า
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 643

Thank You
-Given: 420
-Receive: 13



« ตอบ #55 เมื่อ: มีนาคม 22, 2017, 05:00:21 pm »

ขอบคุณครับ
    ส่วนใหญ่พอเทสท์เสร็จก็ถอดซัพพลายออกครับ
    และ R10K ไม่ได้บัดกรีครับ C Folter เป็นแบบขันสกรูยึด ...  จึงใช้ขา R10K งอไปคล้อง แล้วยึดสกรูครับ

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 643

Thank You
-Given: 420
-Receive: 13



« ตอบ #56 เมื่อ: มีนาคม 27, 2017, 07:46:47 pm »

   PreAmp ไม่มีTone กับ Buffer ต่างกันยังไง

   อย่างแอมป์ IC 1875, 3886, 2030 .... มีกับไม่มี Buffer ค่าเฉลี่ยคุณภาพเสียง ดีขึ้นไหม
ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
loi
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 100
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749

Thank You
-Given: 15
-Receive: 411



« ตอบ #57 เมื่อ: มีนาคม 27, 2017, 09:03:13 pm »

   PreAmp ไม่มีTone กับ Buffer ต่างกันยังไง

   อย่างแอมป์ IC 1875, 3886, 2030 .... มีกับไม่มี Buffer ค่าเฉลี่ยคุณภาพเสียง ดีขึ้นไหม
ขอบคุณครับ

buffer ก็คือ กันชน
buffer amp ก็คือ amp ที่ทำหน้าที่เป็นกันชน
กันชนระหว่าง แหล่งจ่ายสัญญาณข้างหน้า buffer กับ โหลดที่ต่อข้างหลัง buffer
อะไรชนกัน  อิมพีแดนซ์ชนกัน ทำให้เกิดความเสียหายในแง่ คุณภาพ คุณสมบัติ การทำงานไม่เป็นดังหวัง ผลที่ได้ไม่เป็นตามต้องการ
ปกติการต่อนั้น อิมพีแดนซ์ของแหล่งจ่าย ควรมีค่าน้อยมาก ขณะที่อิมพีแดนซ์ของ amp หรือตัวรับก็ควรจะมีค่าสูง
มิฉะนั้นเมื่อเอามาชนกัน ก็จะเกิดกรณ๊ที่พูดกันบ่อย ๆ ว่า โหลดวงจร
 
ยกตัวอย่าง amp 1875 ตามที่เห็นวงจรทั่วไป อิมพีแดนซ์ด้านขาเข้า จะประมาณ 22 กิโลโอห์ม
ถ้าเราเอาแหล่งจ่ายสัญญาณที่มี อิมพีแดนซ์ขาออก เท่ากับ 22 กิโลโอห์ม มาต่อกับ amp 1875
สัญญาณเอาต์พุต ก่อนต่อ สมมุติว่า 1V พอต่อเข้าไป สัญญาณที่ 1875 ได้รับจะเหลือ 0.5V หายไป 0.5V
ถ้าเปลี่ยนเป็นแหล่งจ่ายที่มีอิมพีแดนซ์ขาออก เท่ากับ 220 โอห์ม  สัญญาณที่ 1875 ได้รับจะเหลือ 0.99V หายไป 0.01V เท่านั้น
buffer amp จึงต้องมาทำหน้าที่กั้นกลาง
โดยคุณสมบัติของ buffer amp จะมีอิมพีแดนซ์ด้านขาเข้าสูง อิมพีแดนซ์ด้านขาออกต่ำ
และมีอัตราการขยายเท่ากับ 1 คือ ไม่มีการขยายสัญญาณ เข้ามาเท่าไหร่ ออกไปเท่านั้น
และไม่มีการชดเชยความถี่ใด ๆ

ถ้าเอา buffer amp ที่มีอิมพีแดนซ์ด้านขาเข้าเท่ากับ 500k และอิมพีแดนซ์ด้านขาเข้าเท่ากับ 100 ohm มาต่อคั่นระหว่างแหล่งจ่าย 1V อิมพีแดนซ์ด้านขาออกเข้า 22k กับ 1875 
amp 1875 จะได้รับสัญญาณขนาด 0.95V ซึ่งโหลดน้อยกว่า ต่อชนกันตรง ๆ
บันทึกการเข้า
wut_nimmee
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 64
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346

Thank You
-Given: 49
-Receive: 256



« ตอบ #58 เมื่อ: มีนาคม 27, 2017, 09:04:27 pm »

ทดลองเองก่อนครับ อย่าแค่คิดแล้วมาถาม กราทดลองด้วยตนเองเท่านั้น จะสามารถคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง ถ้าทำแล้วมีปัญหาแล้วค่อยมาถามว่าปัญหาเกิดจากอะไร
บันทึกการเข้า

วุฒิ นิมมี
เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160  โทร.081-6523425

จงอย่าเชื่อเครื่องมือหรือใครที่บอกว่าดี ถ้ายังไม่ได้ลงมือทดลองด้วยตนเอง
loi
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 100
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749

Thank You
-Given: 15
-Receive: 411



« ตอบ #59 เมื่อ: มีนาคม 27, 2017, 09:22:34 pm »

ส่วน Preamp ก็คือ Amp ที่อยู่ส่วนหน้า ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเพื่อส่งต่อให้ Amp ข้างหลัง
เพื่อให้ amp ตัวหลังสามารถทำงานได้ตามที่กำหนด

อย่าง Amp 1875 สมมุติว่า ออกแบบให้มีกำลังขับสูงสุดที่โหลด 8 โอห์ม เท่ากับ 25 Watt rms
สัญญาณขาออกที่ลำโพง เมื่อขับเต็มกำลัง จะประมาณ 14Vrms
Amp 1875 มีอัตราขยายแรงดันเท่ากับ 20 เท่า (หรือ 21 เท่า)
ดังนั้นจะให้ได้กำลังงานสูงสุด ก็ต้องป้อนสัญญาณขนาด 0.7Vrms  (0.7 x 20 = 14)
ถ้าต่อกับ Amp 1875 กับเทปใบ้รุ่นเก่าที่มีสัญญาณออกสูงสุดที่ 0.25-0.5Vrms  รับรองว่าเร่งวอลลุ่มจนสุดก็ไม่ได้กำลังงานเต็มที่

จึงเป็นหน้าที่ของ preamp ที่จะต้องมาต่อคั่น ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเพิ่มอีกที
และปกติ preamp ก็มักออกแบบให้เป็น buffer ด้วยเพื่อไม่ให้เกิดการโหลด
อีกทั้ง preamp อาจจะออกแบบให้ชดเชยความถี่ในวงจรด้วยก็ได้ แต่มักไม่สามารถปรับ หรือ คอนโทรลได้

การชดเชยความถี่ที่ปรับได้ จะอาศัยวงจร Tone control
preamp + tone control  เรียกว่า pre-tone
ถ้า Preamp มักหมายถึงไม่มี tone control
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2015, Simple Machines
Thai language by ThaiSMF | Modification by VBNeverDie.Com


Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.046 วินาที กับ 23 คำสั่ง