ศูนย์การเรียนรู้ เพื่อคนรักเครื่องเสียง
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน พฤศจิกายน 24, 2017, 07:44:48 pm


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: 1 [2] 3 4 ... 7   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาจับฉ่าย  (อ่าน 4558 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Pichet_VC
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 9
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 181

Thank You
-Given: 0
-Receive: 118


« ตอบ #15 เมื่อ: มีนาคม 15, 2017, 11:07:46 pm »

ใช่ครับ ถ้าไม่ระบุอะรัยเพิ่มเติมจะถือว่าเป็นค่าของขดหลักครับ เช่นหม้อแปลงระบุ 5แอมป์ มีขด (40 0 40) กับ 12V จะถือว่า 5แอมป์เป็นค่าความสามารถจ่ายกระแสของขด 40 0 40 ครับ อันนี้เคยสอบถามจากผู้ผลิตหม้อแปลงครับ
บันทึกการเข้า
chao2442-@hotmail.com
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 9
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 581

Thank You
-Given: 15
-Receive: 94


« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 16, 2017, 07:29:15 am »

เวลาไปซื้อทรานซิสเตอร์ ค่า HFE ระหว่าง TR NPN TR PNP ค่า HFE ของ TR PNP จะมากกว่า TR NPN เราจะใช้ ความต่างของ HFE มากน้อย แค่ไหน อย่างไร ครับผม ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
wut_nimmee
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 65
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,394

Thank You
-Given: 51
-Receive: 278



« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 16, 2017, 08:13:01 am »

เวลาไปซื้อทรานซิสเตอร์ ค่า HFE ระหว่าง TR NPN TR PNP ค่า HFE ของ TR PNP จะมากกว่า TR NPN เราจะใช้ ความต่างของ HFE มากน้อย แค่ไหน อย่างไร ครับผม ขอบคุณครับ
ไม่ควรจะต่างกันมากนัก แต่ถ้าต่างกันมาก เคยเห็นสมาชิกบางท่านบอกให้ใส่ อาร์ที่ ขา E ที่ภาษาช่างเขาเรียกว่า Re เพื่อควบคุมกระแสที่ไหลระหว่าง C ไป E  ให้ไหลได้เท่าๆกัน หรือให้ไหลได้ไม่ต่างกัน นั่นเอง
ฉะนั้น Re ที่ต่อกันขา E ของทรานซิสเตอร์แต่ละตัว อาจจะมีค่าต่างกันบ้างเล็กน้อย ทั้งนี่ขึ่้นอยู่กับการคำนวณ และการทดลองใส่จริง และวัดดู
บันทึกการเข้า

วุฒิ นิมมี
เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160  โทร.081-6523425

จงอย่าเชื่อเครื่องมือหรือใครที่บอกว่าดี ถ้ายังไม่ได้ลงมือทดลองด้วยตนเอง
Pichet_VC
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 9
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 181

Thank You
-Given: 0
-Receive: 118


« ตอบ #18 เมื่อ: มีนาคม 16, 2017, 12:17:32 pm »

โดยทฤษฎีแล้วถ้าเป็นการจัดวงจรในลักษณะของ complementary ในวงจรขยายเสียง ค่า Hfe ของคู่ complementary ควรเท่ากันเพื่อให้ได้เอ้าพุทเป็นศูนย์ แต่ในทางปฏิบัติคงจะเป็นเรื่องยาก เราจึงอนุโลมใช้ค่าที่ใกล้เคียงกันที่สุดแล้วใช้วิธีชดเชยในส่วนอื่นเช่น differential โดยการใช้รีซิสเตอร์แบบปรับค่าได้หรือชดเชยด้วยรีซิสเตอร์แบบฟิกซ์ในส่วนที่มีผลต่อวงจร ซึ่งในปัจจุบันถ้าเป็นวงจรรุ่นใหม่ๆที่จ่ายไฟคู่แบบบวกลบ จะพบปัญหาเรื่องไฟเอ้าท์พุทไม่ได้ศูนย์น้อยมากถึงแม้ว่าเราจะใส่อุปกรณ์โดยไม่เช็คค่า Hfe เลย อย่างไรก็ตาม หากเป็นวงจรรุ่นเก่าๆที่ใช้ไฟเลี้ยงเดี่ยว เรายังคงต้องให้ความสำคัญกับค่า Hfe ของคู่ไดร้ฟและคู่เอ้าท์พุทเนื่องจากจะมีผลต่อไฟที่จะปรากฏทางเอ้าท์พุท โดยเราจะใช้คู่ที่มีค่า Hfe ใกล้เคียงกันแล้วไปทำ fine tune ชดเชยในส่วนอื่นเช่นกันเพื่อให้ได้ไฟเอ้าท์ครึ่งหนึ่งของแหล่งจ่ายครับ
บันทึกการเข้า
chao2442-@hotmail.com
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 9
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 581

Thank You
-Given: 15
-Receive: 94


« ตอบ #19 เมื่อ: มีนาคม 16, 2017, 05:33:42 pm »

สวัดีครับ ผมยังไม่เข้าใจว่า วงจรขยาย ไฟเลี้ยงเดี่ยว เราจะตรวจสอบอย่างไรว่า วงจรทำงานเป็นปกติ ไม่มีผลเสียก้บอุปกรณ์อิเลคทรอนิคที่ใช้ร่วมกัน ครับผม ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Pichet_VC
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 9
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 181

Thank You
-Given: 0
-Receive: 118


« ตอบ #20 เมื่อ: มีนาคม 16, 2017, 07:43:46 pm »

สวัดีครับ ผมยังไม่เข้าใจว่า วงจรขยาย ไฟเลี้ยงเดี่ยว เราจะตรวจสอบอย่างไรว่า วงจรทำงานเป็นปกติ ไม่มีผลเสียก้บอุปกรณ์อิเลคทรอนิคที่ใช้ร่วมกัน ครับผม ขอบคุณครับ

ผมพอจะเข้าใจละ ว่าน่าจะเป็นปัญหาสืบเนื่องมาจากกระทู้ OTL150วัตต์ พอดีเห็นมีผู้ให้ช่วยเหลืออยู่แล้วและกระทู้ค่อนข้างยาวเลยทีเดียว ผมไม่ได้ติดตามแต่ต้นก็เลยไม่ได้เข้าไปตอบ และผมก็ไม่ได้ทำวงจรประเภทนี้มานานมากแล้ว โดยส่วนตัวผมเห็นว่าวงจรนี้ไม่เหมาะกับมือใหม่เลยครับ เนื่องจากเป็นวงจรที่ออกแบบไว้นาน อุปกรณ์ต่างๆที่ระบุไว้หลายเบอร์เลิกผลิตไปแล้ว หายากมาก สุดท้ายก็ต้องใช้เบอร์แทน ประกอบกับการใช้ไฟเลี้ยงที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้แต่เดิมและการที่ผู้ทำมีประสบการณ์น้อยก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างดูยากเข้าไปใหญ่สำหรับมือระดับเริ่มต้น แนวทางที่มีผู้พยายามให้ความช่วยเหลือก็น่าจะถูกต้องแล้ว แต่ของแบบนี้ไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง ไม่ได้วัดเอง บางทีมันก็ลำบาก ถ้าเป็นวิธีของผมจะเช็คไบอัสของทรานซิสเตอร์แต่ละตัวแล้วปรับเปลี่ยนค่า R ให้เหมาะสม โดยมีเป้าหมายให้ได้ไฟเอ้าท์พุทใกล้เคียงครึ่งหนึ่งของไฟเลี้ยงมากที่สุด จากนั้นใช้ออสซิโลสโคปในการตรวจสอบสัญญาณโดยการป้อนซายน์เวฟ 1KHz เข้าไปเพื่อดูการทำงานในแต่ละส่วน การใช้สโคปจะทำให้เราเห็นสภาพสัญญาณที่ผ่านทรานซิสเตอร์แต่ละตัวทำให้วิเคราะห์ปัญหาได้ง่ายขึ้นเพราะการที่เราได้ไฟเอ้าท์พุทครึ่งหนึ่งของแหล่งจ่ายไม่ได้หมายความว่าเสียงจะออกมาเป็นปกติ แต่เนื่องจากผู้ทำโปรเจ็คไม่มีสโคป  วิธีนี้ก็เป็นอันข้ามไป  ที่เหลือก็คือความพยายาม ความตั้งใจและความอดทนครับที่จะทำให้สำเร็จ ซึ่งถ้าสำเร็จได้คงได้ประสบการณ์เยอะเลยครับ
บันทึกการเข้า
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 643

Thank You
-Given: 422
-Receive: 14



« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 17, 2017, 09:51:21 am »

การคัด hfe ไปใช้
    ถ้าเรามีพอให้คัด hfe ได้ ก็ให้นำตัวที่ hfe สูงสุดไปใช้ก่อน
    ถ้าเป็นคู่แมชท์ คัดคู่ที่สูงสุด และไกล้เคียงกัน
    ถูกไหมครับ ... มีข้อควรคำนึงถึงอื่นอีกไหม

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
chao2442-@hotmail.com
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 9
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 581

Thank You
-Given: 15
-Receive: 94


« ตอบ #22 เมื่อ: มีนาคม 17, 2017, 12:46:07 pm »

คัด HFE อย่างเดียวยังไม่พอครับ ต้องคัดลีคด้วยครับ ลีค คือการทนไฟได้ของ TR ตัวนั้น ว่าจะทนไฟได้กี่โวลท์ ผมลองเอา BD139 และ BD140 มาใช้ในวงจร OTL 100W ที่กำลังประกอบกันอยู่นี้ พอจ่ายไฟ 90V TRกลับบ้านเก่าเลย TRที่เราซื้อใช้กันทุกวันนี้ เราไม่ทราบว่าอยู่ในเกรดไหน ต้องเสี่ยงดวง เสี่ยงโชคเอา ถ้จะใหัชัว ต้องซื้อที่ร้านเขาประกอบเครื่องเสียง แบรนด์เนม ราคาเหมือนแพง แต่ถูก เพราะไม่ต้องซื้อบ่อยๆ วิธีวัดลีค TR เขาสอนผมมาว่า  ให้ต้ังเสกลมิเตอร์แบบเข็ม ที่คูณ 10K วัดอย่าให้เกินลีค ถ้าผมใช้ ผมจะเลือกเอาตัวที่เข็มไม่กระดิกเลยมาใช้ก่อน ในวงจรที่ใช้ไฟสูง ตัวลองลงมาเอาไว้ใช้วงจรที่ใช้ไฟต่ำ HFE ต้องหาตัวที่ค่าใกล้เคียงมาใช้ก่อน ในวงจร OTL ที่กำลังทำอยู่นี้ Q3 HFE มากยิ่งดีครับ
บันทึกการเข้า
Pichet_VC
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 9
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 181

Thank You
-Given: 0
-Receive: 118


« ตอบ #23 เมื่อ: มีนาคม 17, 2017, 01:32:44 pm »

การคัด hfe ไปใช้
    ถ้าเรามีพอให้คัด hfe ได้ ก็ให้นำตัวที่ hfe สูงสุดไปใช้ก่อน
    ถ้าเป็นคู่แมชท์ คัดคู่ที่สูงสุด และไกล้เคียงกัน
    ถูกไหมครับ ... มีข้อควรคำนึงถึงอื่นอีกไหม

ขอบคุณครับ

คงไม่มีกติกาหรอกครับว่าจะต้องเอาค่าสูงหรือต่ำไปใช้ก่อน น่าจะเป็นวิธีบริหารจัดการของแต่ละคนกับของที่มีอยู่ครับ
บันทึกการเข้า
chao2442-@hotmail.com
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 9
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 581

Thank You
-Given: 15
-Receive: 94


« ตอบ #24 เมื่อ: มีนาคม 17, 2017, 01:37:49 pm »

สวัสดีครับ คุณพิเชธ ช่วยอธิบาย วงจรไฟเลี้ยงเดี่ยว วงจรไฟเลี้ยงคู่ วงจรแบบ PNPใช้ร่วมกับNPN และวงจรที่ใช้TR NPNอย่างเดียว ว่า ไฟที่ออกจากไดร์ฟคู่ท้าย ที่จะไปต่อเข้า TR POWWER ที่ขาเบส และขาอีมิตอร์ ทั้งไฟลบ และไฟบวกจะเหมือนกัน ทั้งสองวงจร หรือไม่ อย่างไร ครับผม ขอบคุณครับ (ไฟเลี้ยงคู่แบบ TR เพาเวอร์ ชนิดเดียวกัน เบอร์เดียวกัน และ TR เพาเวอร์ ต่างชนิด ที่เป็นคู่แมชแพร์)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 17, 2017, 01:58:46 pm โดย chao2442-@hotmail.com » บันทึกการเข้า
Pichet_VC
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 9
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 181

Thank You
-Given: 0
-Receive: 118


« ตอบ #25 เมื่อ: มีนาคม 17, 2017, 03:29:47 pm »

อ่านแล้วผมก็ยังสับสนในคำถามนะครับ กรณีไฟเลี้ยงเดี่ยวกับไฟเลี้ยงคู่ ไฟที่ออกจากไดร์ฟคู่ท้ายที่จะไปต่อเข้า TR POWER ที่ขาเบสและขาอีมิเตอร์ ทั้งไฟลบและไฟบวกจะเหมือนกันทั้งสองวงจรหรือไม่ ตามความเข้าใจของผม มันคงไม่เหมือนหรอกครับ ขึ้นอยู่กับการจัดวงจร แต่โดยหลักก็คือทำให้ TR OUTPUT ทั้งตัวบนและตัวล่างได้รับไฟไบอัสเป็น forward(กระแสไหลมากขึ้น) ในระดับที่เหมาะสมเพื่อให้พร้อมที่จะทำงานเมื่อได้รับสัญญาณที่เฟสตรงกับตัวมัน และได้รับไบอัสเป็น reverse (หยุดนำกระแสหรือไหลน้อยลง) เมื่อได้รับสัญญาณที่เฟสตรงข้ามกัน ซึ่งการจัดไฟไบอัสก็ขึ้นอยู่กับวงจรว่าเป็นแบบ TR เบอร์เดียวกันหรือต่างกัน และถ้าเป็นเบอร์เดียวกันก็ยังขึ้นอยู่กับว่าเป็น NPN หรือ PNP ถ้าไม่ตรงประเด็นต้องขออภัยด้วยครับ
บันทึกการเข้า
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 643

Thank You
-Given: 422
-Receive: 14



« ตอบ #26 เมื่อ: มีนาคม 17, 2017, 10:22:39 pm »

   วันนี้ฝาก ผบทบ. ซื้อตะกั่วบัดกรีให้ พอเริ่มใช้ คล้ายๆมะเขือเผา อ่อนปวกเปียก  อันเก่าแข็งใช้ได้
   มาดูละเอียด มันเป็นขนาด 0.8 ของเดิม 1.2มม. .. ส่วนตัวว่าบัดกรีบน PCB กำลังดี ยกเว้นอ่อนปวกเปียกเกินไป

   อยากรู้ว่าจริงๆแล้ว แต่ละขนาด เหมาะ หรือเขาผลิตมาเพื่อใช้กับงานอะไร

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Pichet_VC
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 9
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 181

Thank You
-Given: 0
-Receive: 118


« ตอบ #27 เมื่อ: มีนาคม 17, 2017, 11:02:04 pm »

   วันนี้ฝาก ผบทบ. ซื้อตะกั่วบัดกรีให้ พอเริ่มใช้ คล้ายๆมะเขือเผา อ่อนปวกเปียก  อันเก่าแข็งใช้ได้
   มาดูละเอียด มันเป็นขนาด 0.8 ของเดิม 1.2มม. .. ส่วนตัวว่าบัดกรีบน PCB กำลังดี ยกเว้นอ่อนปวกเปียกเกินไป

   อยากรู้ว่าจริงๆแล้ว แต่ละขนาด เหมาะ หรือเขาผลิตมาเพื่อใช้กับงานอะไร

ขอบคุณครับ

ตะกั่วเส้นขนาด 0.8มม.จะใช้กับพื้นที่หรือแพดที่มีขนาดค่อนข้างเล็กเช่น 62 mil หรือใช้บัดกรีอุปกรณ์ SMD ที่มีขนาดเล็กกว่า 1206 โดยใช้ร่วมกับหัวแร้งที่มีปลายเรียวเล็กไม่เกิน 30วัตต์เพื่อไม่ให้ความร้อนสะสมที่จุดบัดกรีมากเกินไปจนทำให้อุปกรณ์เสียหายครับ
บันทึกการเข้า
AoyNew
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 643

Thank You
-Given: 422
-Receive: 14



« ตอบ #28 เมื่อ: มีนาคม 18, 2017, 05:48:56 am »

ขอบคุณครับ
     62mill, 1206 คือตัวเลข บอกอะไรครับ

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Pichet_VC
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 9
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 181

Thank You
-Given: 0
-Receive: 118


« ตอบ #29 เมื่อ: มีนาคม 18, 2017, 08:14:30 am »

ขอบคุณครับ
     62mill, 1206 คือตัวเลข บอกอะไรครับ

ขอบคุณครับ

เป็นค่าของหน่วยวัดแบบ imperial ครับ แพดขนาด 62mil หมายถึงแพดที่มีขนาด 62/1000นิ้ว หรือประมาณ 1.6มม.ครับ
1206 เป็น code size ของอุปกรณ์ SMD เช่น R chip , C chip ซึ่งจะมีหลายขนาด 1206 คือ ยาว 120/1000นิ้ว กว้าง 60/1000นิ้ว หรือประมาณ 3.2*16มม.ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 7   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2015, Simple Machines
Thai language by ThaiSMF | Modification by VBNeverDie.Com


Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.032 วินาที กับ 23 คำสั่ง