สื่อสร้างสรรค์  เพื่อคนรักเครื่องเสียง
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน มกราคม 16, 2017, 09:53:04 pm


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: 1 [2] 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เริ่มแล้วครับภาคไดร์ สร้างคลื่น Pure Sinwave Inverter 5000W  (อ่าน 914 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pattayazaa
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 1
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 82

Thank You
-Given: 48
-Receive: 5



« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 08, 2017, 02:49:00 pm »

ทดสอบแล้วครับ ทีนี้เรื่องมียุว่าตามวงจรไอซีขาห้าลงกราว แต่ผมบัดกรีขาห้าลงกราว เอลอีดีมันดับ pin5 vss คืออะไรคับ
vss=gnd ถ้าตามวงจรขา 5 ลงกราวด์ก็ถูกแล้วนะครับ
VSSผมเข้าใจว่ามันคือ (Virtual Switching System) ถ้าวงจรปิดเจ้าไอซีไมโครคอลโทรลเลอร์จะไม่ทำงาน เลยทำให้ไฟ LED ไม่ติด  Virtual Switching System จะทำงานต่อเมื่อมีการจ่ายกระแสออกไดร์ถึงจะเริ่มทำหน้าที่สร้างกระแส เพียวซายเวฟ เพราะตอนนี้ผมยังไม่ได้ต่อ หม้อแปลงขาออก ต้องลองก่อนครับ
แต่ถ้าไม่ใช่ ใครพอจะทราบขอคำแนะนำด้วยครับ

VSS ยังไงก็ต้องต่อลงกราวด์ครับ ไม่งั้น mcu ไม่ทำงานนะครับ ส่วน LED มันต่ออยู่กับไฟ 5โวลท์โดยผ่าน R150โอห์ม ที่บอกว่าต่อขา VSS แล้ว LED ดับ ก็แสดงว่าไฟ 5โวลท์มันหายไปหรือดร๊อปลงไปมากจนเหลือไม่พอที่จะทำให้ LED ติดได้ ซึ่งนั่นหมายถึงโหลดมันผิดปกติ ต้องกลับไปหาว่าต่ออะรัยผิดหรือป่าว ผมแนะนำว่ายังไม่ควรต่อทรานซิสเตอร์ครับ เอาเฉพาะส่วนของ MCU ลองจ่ายไฟเข้าแล้วใช้สโคปวัดที่ขา RB5, RB6 ว่ามีพัลซ์ออกมาละป่าว ถ้าไม่มีก็ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ก่อนครับ จนได้พัลซ์ออกมาแล้วค่อยต่อทรานซิสเตอร์เข้าไป ให้ผ่านทีละสเต็ปจะง่ายกว่าครับ

ขอบคุณมากครับ ผมยังไม่ได้ต่อทรานซิสเตอร์ครับ ตอนนี้เทสแค่ mcu ครับ วัดพัลซ์ มีวิธีอื่นใหมครับ ผมไม่มีสโคปครับ
บันทึกการเข้า
thong
VIP 3
Jr. Member
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 454
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,891

Thank You
-Given: 0
-Receive: 907



« ตอบ #16 เมื่อ: มกราคม 08, 2017, 03:20:08 pm »

ทำตามลำดับขั้นดีที่สุดครับ
บันทึกการเข้า

ครูทองอิเล็คทรอนิกส์ 15/1 หมู่ 3  ต.ทวีวัฒนา  อ.ไทรน้อย  จ.นนทบุรี 11150  โทร 086 8856 686 (วิทยุ-โทรคมนาคม เทคนิคราชบุรี 2514) Line ID:t
pattayazaa
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 1
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 82

Thank You
-Given: 48
-Receive: 5



« ตอบ #17 เมื่อ: มกราคม 08, 2017, 03:26:51 pm »

ครับผมยังไม่ได้ต่อทรานซิสเตอร์ครับ แต่ผมไม่มีสโคป มีวิธีอื่นมั๊ยครับ
บันทึกการเข้า
KOMATSU
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 6
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 153

Thank You
-Given: 0
-Receive: 50


มนุษย์พันธุ์กล้าฝ่าองศาโลก


« ตอบ #18 เมื่อ: มกราคม 08, 2017, 03:34:36 pm »

ทดสอบแล้วครับ ทีนี้เรื่องมียุว่าตามวงจรไอซีขาห้าลงกราว แต่ผมบัดกรีขาห้าลงกราว เอลอีดีมันดับ pin5 vss คืออะไรคับ
vss=gnd ถ้าตามวงจรขา 5 ลงกราวด์ก็ถูกแล้วนะครับ
VSSผมเข้าใจว่ามันคือ (Virtual Switching System) ถ้าวงจรปิดเจ้าไอซีไมโครคอลโทรลเลอร์จะไม่ทำงาน เลยทำให้ไฟ LED ไม่ติด  Virtual Switching System จะทำงานต่อเมื่อมีการจ่ายกระแสออกไดร์ถึงจะเริ่มทำหน้าที่สร้างกระแส เพียวซายเวฟ เพราะตอนนี้ผมยังไม่ได้ต่อ หม้อแปลงขาออก ต้องลองก่อนครับ
แต่ถ้าไม่ใช่ ใครพอจะทราบขอคำแนะนำด้วยครับ

VSS ยังไงก็ต้องต่อลงกราวด์ครับ ไม่งั้น mcu ไม่ทำงานนะครับ ส่วน LED มันต่ออยู่กับไฟ 5โวลท์โดยผ่าน R150โอห์ม ที่บอกว่าต่อขา VSS แล้ว LED ดับ ก็แสดงว่าไฟ 5โวลท์มันหายไปหรือดร๊อปลงไปมากจนเหลือไม่พอที่จะทำให้ LED ติดได้ ซึ่งนั่นหมายถึงโหลดมันผิดปกติ ต้องกลับไปหาว่าต่ออะรัยผิดหรือป่าว ผมแนะนำว่ายังไม่ควรต่อทรานซิสเตอร์ครับ เอาเฉพาะส่วนของ MCU ลองจ่ายไฟเข้าแล้วใช้สโคปวัดที่ขา RB5, RB6 ว่ามีพัลซ์ออกมาละป่าว ถ้าไม่มีก็ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ก่อนครับ จนได้พัลซ์ออกมาแล้วค่อยต่อทรานซิสเตอร์เข้าไป ให้ผ่านทีละสเต็ปจะง่ายกว่าครับ

ขอบคุณมากครับ ผมยังไม่ได้ต่อทรานซิสเตอร์ครับ ตอนนี้เทสแค่ mcu ครับ วัดพัลซ์ มีวิธีอื่นใหมครับ ผมไม่มีสโคปครับ
วัดความถี่ ขา rb5,rb6 ด้วยมิเตอร์ที่วัดความถี่ได้
บันทึกการเข้า

<a href="http://www.clocklink.com/clocks/5005-black.swf?TimeZone=Thailand_Bangkok&amp;Place=&amp;" target="_blank">http://www.clocklink.com/clocks/5005-black.swf?TimeZone=Thailand_Bangkok&amp;Place=&amp;</a>
wut_nimmee
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 62
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,189

Thank You
-Given: 47
-Receive: 195



« ตอบ #19 เมื่อ: มกราคม 08, 2017, 04:59:15 pm »

ถ้ามีมิเตอร์แบบเข็ม บิดไปตำแหน่ง เอซี 10 โวลท์ ใช้ซี ค่าสัก .1-1 ไมโครต่อที่ปลายมิเตอร์สีแดงขานึง อีกขานึงเอาไปจิ้มที่ขา rb5. rb6 สายสีดำต่อกราวด์ ถ้าเข็มมิเตอร์ขึ้นหรือกระดิกขึ้นลงแสดงว่ามีพัลล์ออกมา
บันทึกการเข้า

วุฒิ นิมมี
เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160  โทร.081-6523425

จงอย่าเชื่อเครื่องมือหรือใครที่บอกว่าดี ถ้ายังไม่ได้ลงมือทดลองด้วยตนเอง
พิเชษฐ์_VC
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 1
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 27

Thank You
-Given: 0
-Receive: 16


« ตอบ #20 เมื่อ: มกราคม 08, 2017, 07:09:23 pm »

ข้อแนะนำเพิ่มเติมนะครับ  ลำดับแรกควรตรวจสอบลายวงจรก่อนว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าแน่ใจว่าถูกแล้วปัญหาก็จะแคบลง เหลือเป้าหลักคือ เร็กกูเลท 5V กับตัว MCU (ในกรณีที่ไม่มีโหลดอย่างอื่น) ที่ต้องทำต่อคือถอด MCU ออกก่อน(ไม่แน่ใจว่าใช้ ซ๊อคเก็ตละป่าว) วัดเอ้าท์พุทของเร็กกูเลท7805 ว่าได้แรงดัน 5โวลท์หรือไม่ ถ้าไม่ได้5โวลท์ ตัวเร็กกูเลทอาจมีปัญหา ถ้ามีเปลี่ยนก็ลองเปลี่ยนดู แต่ถ้าได้5โวลท์ ก็ลองหา R ค่าประมาณ 100-150โอห์มต่อคร่อมเอ้าท์พุทของตัวเร้กกูเลท 7805 แล้ววัดเอ้าท์พุทดูว่ายังได้แรงดัน 5โวลท์หรือไม่ ถ้าได้ก็เชื่อได้ว่าตัว 7805 ไม่มีปัญหา (ที่ต้องทำแบบนี้เพราะผมเคยเจอเร็กกูเลทได้แรงดันเอ้าท์พุทถูกต้อง แต่พอต่อโหลดเข้าไป แรงดันเอ้าท์พุทจะตกลงมาทันที คือไม่สามารถจ่ายกระแสได้ตามสเปคที่ระบุ ซึงก็คือใช้ไม่ได้) จากนั้นมาดูที่ตัว MCU ตัว MCU นี้ ต่อให้เราไม่ใส่โค๊ดโปรแกรมลงไป คือตัวเปล่าเลย แล้วนำมาต่อเข้ากับวงจร มันก็จะไม่โหลดภาคจ่ายไฟมากขนาดที่จะทำให้ไฟเอ้าท์พุทของ 7805 ตกได้ครับ ฉะนั้นถ้าแน่ใจว่าลาย pcb ถูกต้อง และ7805ไม่เสีย โอกาสที่จะเสียที่ mcu ก็มีสูงครับ ส่วนจะเสียเพราะสาเหตูใดก็ยากจะคาดเดา จะเสียตั้งแต่ซื้อมา(คือมาจากแหล่งที่เชื่อถือไม่ได้) หรือเสียตอนลงโปรแกรมก็เป็นได้ (ในส่วนนี้ผมไม่รู้ว่ามีประสบการณ์ในการโปรแกรม mcu แค่ไหน การตั้งค่าฮาร์ดแวร์คอนฟิกบนบอร์ดถูกต้องหรือไม่ ตัวโปรแกรมเมอร์เชื่อถือได้แค่ไหน การทำงานด้านนี้ความน่าเชื่อถือของเครื่องมือถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ไม่งั้นมันอาจพาเราไปทัวร์ป่าหลายรอบกว่าที่จะกลับมาที่ตั้งได้นะครับ)
ต้องผ่านปัญหานี้ให้ได้ก่อน จนกว่าเราสามารถต่อ mcu เข้ากับวงจรได้ จากนั้นก็วัดพัลซ์ที่ RB5 กับ RB6 ซึ่งจุดนี้หากมีออสซิโลสโคปก็จะชัดเจนกว่า แต่หากไม่มีก็คงต้องใช้วิํธีตามที่มีผู้แนะนำล่ะครับ

พูดถึงเรื่องออสซิโลสโคปนี่ หากไม่เกินกำลังเกินไปและรักชอบในงานด้านนี้ ผมแนะนำว่าควรมีไว้ประจำโต๊ะนะครับ วงจรอีเล็คทรอนิคส์รุ่นใหม่ๆมีการทำงานที่ซับซ้อนขึ้น การใช้สโคปทำให้เราได้เห็นภาพ ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาหรือการพัฒนาวงจรทำได้ง่ายขึ้น เช่นการทำวงจรคลาสดี เราใช้สโคปเพื่อดูเรื่องของ DEAD TIME เพื่อที่จะชดเชยหรือเลือกมอสเฟ็ทที่เหมาะสม หรือแม้กระทั้งการทำวงจรแบบ eeengine ซึ่งเห็นหลายคนทำอยู่ หากเรามีแค่มิเตอร์ เราจะไม่รู้เลยว่าที่เราทำออกมานั้นมันสมบูรณ์หรือไม่ เพียงแค่มีเสียงดังออกมาแล้วดูที่มิเตอร์ว่าไฟขึ้นตามสัญญาณหรือไม่ ถ้าทำเล่นกันก็อาจจะได้ แต่ในเชิงพาณิชย์ วงจรระดับนี้ผมยืนยันได้ว่ามีแค่มิเตอร์ไม่พอครับ ตอนนี้ทำเล่นเพื่อหาประสบการณ์ หาความรู้ ไม่แน่ว่าวันข้างหน้าเมื่อเราสั่งสมประสบการณ์พอ เราอาจสามารถทำเป็นเชิงพาณิชย์ได้ ฉะนันออสซิโลสโคปจึงเป็นสิ่งจำเป็นต้องมีครับ ถ้าเป็นdigital ด้วยก็ยิ่งดี โดยเฉพาะการพัฒนาโปรแกรม mcu หรือการซ่อมวงจรทางดิจิตอลบางครั้งจำเป็นต้องเห็น timing diagram เพื่อวิเคราะห์ทำงานของโปรแกรมหรือฮาร์ดแวร์ งานหลายอย่างจะเดินหน้าได้เร็วขึ้นเยอะเลยครับ
บันทึกการเข้า
wut_nimmee
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 62
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,189

Thank You
-Given: 47
-Receive: 195



« ตอบ #21 เมื่อ: มกราคม 08, 2017, 07:41:08 pm »

ข้อแนะนำเพิ่มเติมนะครับ  ลำดับแรกควรตรวจสอบลายวงจรก่อนว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าแน่ใจว่าถูกแล้วปัญหาก็จะแคบลง เหลือเป้าหลักคือ เร็กกูเลท 5V กับตัว MCU (ในกรณีที่ไม่มีโหลดอย่างอื่น) ที่ต้องทำต่อคือถอด MCU ออกก่อน(ไม่แน่ใจว่าใช้ ซ๊อคเก็ตละป่าว) วัดเอ้าท์พุทของเร็กกูเลท7805 ว่าได้แรงดัน 5โวลท์หรือไม่ ถ้าไม่ได้5โวลท์ ตัวเร็กกูเลทอาจมีปัญหา ถ้ามีเปลี่ยนก็ลองเปลี่ยนดู แต่ถ้าได้5โวลท์ ก็ลองหา R ค่าประมาณ 100-150โอห์มต่อคร่อมเอ้าท์พุทของตัวเร้กกูเลท 7805 แล้ววัดเอ้าท์พุทดูว่ายังได้แรงดัน 5โวลท์หรือไม่ ถ้าได้ก็เชื่อได้ว่าตัว 7805 ไม่มีปัญหา (ที่ต้องทำแบบนี้เพราะผมเคยเจอเร็กกูเลทได้แรงดันเอ้าท์พุทถูกต้อง แต่พอต่อโหลดเข้าไป แรงดันเอ้าท์พุทจะตกลงมาทันที คือไม่สามารถจ่ายกระแสได้ตามสเปคที่ระบุ ซึงก็คือใช้ไม่ได้) จากนั้นมาดูที่ตัว MCU ตัว MCU นี้ ต่อให้เราไม่ใส่โค๊ดโปรแกรมลงไป คือตัวเปล่าเลย แล้วนำมาต่อเข้ากับวงจร มันก็จะไม่โหลดภาคจ่ายไฟมากขนาดที่จะทำให้ไฟเอ้าท์พุทของ 7805 ตกได้ครับ ฉะนั้นถ้าแน่ใจว่าลาย pcb ถูกต้อง และ7805ไม่เสีย โอกาสที่จะเสียที่ mcu ก็มีสูงครับ ส่วนจะเสียเพราะสาเหตูใดก็ยากจะคาดเดา จะเสียตั้งแต่ซื้อมา(คือมาจากแหล่งที่เชื่อถือไม่ได้) หรือเสียตอนลงโปรแกรมก็เป็นได้ (ในส่วนนี้ผมไม่รู้ว่ามีประสบการณ์ในการโปรแกรม mcu แค่ไหน การตั้งค่าฮาร์ดแวร์คอนฟิกบนบอร์ดถูกต้องหรือไม่ ตัวโปรแกรมเมอร์เชื่อถือได้แค่ไหน การทำงานด้านนี้ความน่าเชื่อถือของเครื่องมือถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ไม่งั้นมันอาจพาเราไปทัวร์ป่าหลายรอบกว่าที่จะกลับมาที่ตั้งได้นะครับ)
ต้องผ่านปัญหานี้ให้ได้ก่อน จนกว่าเราสามารถต่อ mcu เข้ากับวงจรได้ จากนั้นก็วัดพัลซ์ที่ RB5 กับ RB6 ซึ่งจุดนี้หากมีออสซิโลสโคปก็จะชัดเจนกว่า แต่หากไม่มีก็คงต้องใช้วิํธีตามที่มีผู้แนะนำล่ะครับ

พูดถึงเรื่องออสซิโลสโคปนี่ หากไม่เกินกำลังเกินไปและรักชอบในงานด้านนี้ ผมแนะนำว่าควรมีไว้ประจำโต๊ะนะครับ วงจรอีเล็คทรอนิคส์รุ่นใหม่ๆมีการทำงานที่ซับซ้อนขึ้น การใช้สโคปทำให้เราได้เห็นภาพ ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาหรือการพัฒนาวงจรทำได้ง่ายขึ้น เช่นการทำวงจรคลาสดี เราใช้สโคปเพื่อดูเรื่องของ DEAD TIME เพื่อที่จะชดเชยหรือเลือกมอสเฟ็ทที่เหมาะสม หรือแม้กระทั้งการทำวงจรแบบ eeengine ซึ่งเห็นหลายคนทำอยู่ หากเรามีแค่มิเตอร์ เราจะไม่รู้เลยว่าที่เราทำออกมานั้นมันสมบูรณ์หรือไม่ เพียงแค่มีเสียงดังออกมาแล้วดูที่มิเตอร์ว่าไฟขึ้นตามสัญญาณหรือไม่ ถ้าทำเล่นกันก็อาจจะได้ แต่ในเชิงพาณิชย์ วงจรระดับนี้ผมยืนยันได้ว่ามีแค่มิเตอร์ไม่พอครับ ตอนนี้ทำเล่นเพื่อหาประสบการณ์ หาความรู้ ไม่แน่ว่าวันข้างหน้าเมื่อเราสั่งสมประสบการณ์พอ เราอาจสามารถทำเป็นเชิงพาณิชย์ได้ ฉะนันออสซิโลสโคปจึงเป็นสิ่งจำเป็นต้องมีครับ ถ้าเป็นdigital ด้วยก็ยิ่งดี โดยเฉพาะการพัฒนาโปรแกรม mcu หรือการซ่อมวงจรทางดิจิตอลบางครั้งจำเป็นต้องเห็น timing diagram เพื่อวิเคราะห์ทำงานของโปรแกรมหรือฮาร์ดแวร์ งานหลายอย่างจะเดินหน้าได้เร็วขึ้นเยอะเลยครับ
ตามนี้เลยครับ เป็นคำแนะนำที่ดีมาก แต่นักอิเล็กทรอนิกส์สมัครเล่นและมิอใหม่ซึ่งไม่ได้มีอาชีพโดยตรงทางอิเล็คทรอนิกส์เพื่อทำเป็นการค้า คงไม่มีใครซื้อออสซิลโลสโคปมาใช้เพราะราคามันแพงมาก เรียกว่าเกินความจำเป็นน่าจะถูกต้อง ผมว่าน่าจะแนะนำวิธีตรวจสอบสัญญานพัลล์แบบง่ายๆเท่าที่มีเครื่องมืออยู่ จะดีที่สุดครับ และเท่าที่ผมใช้งาน mcu โดยซื้อมาโปรแกรมเองมากกว่า 100 ตัว เพิ่งจะเจอเสียแค่ตัวเดียว สาเหตุที่จะมีการเสียของ mcu น่าจะมาจากการประกอบวงจรไม่ถูกต้อง เพราะถ้าเครื่องโปรแกรมที่ซื้อมาใส่ขาตามตำแหน่งถูกต้องคงไม่เสียแน่นอน
บันทึกการเข้า

วุฒิ นิมมี
เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160  โทร.081-6523425

จงอย่าเชื่อเครื่องมือหรือใครที่บอกว่าดี ถ้ายังไม่ได้ลงมือทดลองด้วยตนเอง
พิเชษฐ์_VC
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 1
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 27

Thank You
-Given: 0
-Receive: 16


« ตอบ #22 เมื่อ: มกราคม 08, 2017, 08:53:15 pm »

ข้อแนะนำเพิ่มเติมนะครับ  ลำดับแรกควรตรวจสอบลายวงจรก่อนว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าแน่ใจว่าถูกแล้วปัญหาก็จะแคบลง เหลือเป้าหลักคือ เร็กกูเลท 5V กับตัว MCU (ในกรณีที่ไม่มีโหลดอย่างอื่น) ที่ต้องทำต่อคือถอด MCU ออกก่อน(ไม่แน่ใจว่าใช้ ซ๊อคเก็ตละป่าว) วัดเอ้าท์พุทของเร็กกูเลท7805 ว่าได้แรงดัน 5โวลท์หรือไม่ ถ้าไม่ได้5โวลท์ ตัวเร็กกูเลทอาจมีปัญหา ถ้ามีเปลี่ยนก็ลองเปลี่ยนดู แต่ถ้าได้5โวลท์ ก็ลองหา R ค่าประมาณ 100-150โอห์มต่อคร่อมเอ้าท์พุทของตัวเร้กกูเลท 7805 แล้ววัดเอ้าท์พุทดูว่ายังได้แรงดัน 5โวลท์หรือไม่ ถ้าได้ก็เชื่อได้ว่าตัว 7805 ไม่มีปัญหา (ที่ต้องทำแบบนี้เพราะผมเคยเจอเร็กกูเลทได้แรงดันเอ้าท์พุทถูกต้อง แต่พอต่อโหลดเข้าไป แรงดันเอ้าท์พุทจะตกลงมาทันที คือไม่สามารถจ่ายกระแสได้ตามสเปคที่ระบุ ซึงก็คือใช้ไม่ได้) จากนั้นมาดูที่ตัว MCU ตัว MCU นี้ ต่อให้เราไม่ใส่โค๊ดโปรแกรมลงไป คือตัวเปล่าเลย แล้วนำมาต่อเข้ากับวงจร มันก็จะไม่โหลดภาคจ่ายไฟมากขนาดที่จะทำให้ไฟเอ้าท์พุทของ 7805 ตกได้ครับ ฉะนั้นถ้าแน่ใจว่าลาย pcb ถูกต้อง และ7805ไม่เสีย โอกาสที่จะเสียที่ mcu ก็มีสูงครับ ส่วนจะเสียเพราะสาเหตูใดก็ยากจะคาดเดา จะเสียตั้งแต่ซื้อมา(คือมาจากแหล่งที่เชื่อถือไม่ได้) หรือเสียตอนลงโปรแกรมก็เป็นได้ (ในส่วนนี้ผมไม่รู้ว่ามีประสบการณ์ในการโปรแกรม mcu แค่ไหน การตั้งค่าฮาร์ดแวร์คอนฟิกบนบอร์ดถูกต้องหรือไม่ ตัวโปรแกรมเมอร์เชื่อถือได้แค่ไหน การทำงานด้านนี้ความน่าเชื่อถือของเครื่องมือถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ไม่งั้นมันอาจพาเราไปทัวร์ป่าหลายรอบกว่าที่จะกลับมาที่ตั้งได้นะครับ)
ต้องผ่านปัญหานี้ให้ได้ก่อน จนกว่าเราสามารถต่อ mcu เข้ากับวงจรได้ จากนั้นก็วัดพัลซ์ที่ RB5 กับ RB6 ซึ่งจุดนี้หากมีออสซิโลสโคปก็จะชัดเจนกว่า แต่หากไม่มีก็คงต้องใช้วิํธีตามที่มีผู้แนะนำล่ะครับ

พูดถึงเรื่องออสซิโลสโคปนี่ หากไม่เกินกำลังเกินไปและรักชอบในงานด้านนี้ ผมแนะนำว่าควรมีไว้ประจำโต๊ะนะครับ วงจรอีเล็คทรอนิคส์รุ่นใหม่ๆมีการทำงานที่ซับซ้อนขึ้น การใช้สโคปทำให้เราได้เห็นภาพ ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาหรือการพัฒนาวงจรทำได้ง่ายขึ้น เช่นการทำวงจรคลาสดี เราใช้สโคปเพื่อดูเรื่องของ DEAD TIME เพื่อที่จะชดเชยหรือเลือกมอสเฟ็ทที่เหมาะสม หรือแม้กระทั้งการทำวงจรแบบ eeengine ซึ่งเห็นหลายคนทำอยู่ หากเรามีแค่มิเตอร์ เราจะไม่รู้เลยว่าที่เราทำออกมานั้นมันสมบูรณ์หรือไม่ เพียงแค่มีเสียงดังออกมาแล้วดูที่มิเตอร์ว่าไฟขึ้นตามสัญญาณหรือไม่ ถ้าทำเล่นกันก็อาจจะได้ แต่ในเชิงพาณิชย์ วงจรระดับนี้ผมยืนยันได้ว่ามีแค่มิเตอร์ไม่พอครับ ตอนนี้ทำเล่นเพื่อหาประสบการณ์ หาความรู้ ไม่แน่ว่าวันข้างหน้าเมื่อเราสั่งสมประสบการณ์พอ เราอาจสามารถทำเป็นเชิงพาณิชย์ได้ ฉะนันออสซิโลสโคปจึงเป็นสิ่งจำเป็นต้องมีครับ ถ้าเป็นdigital ด้วยก็ยิ่งดี โดยเฉพาะการพัฒนาโปรแกรม mcu หรือการซ่อมวงจรทางดิจิตอลบางครั้งจำเป็นต้องเห็น timing diagram เพื่อวิเคราะห์ทำงานของโปรแกรมหรือฮาร์ดแวร์ งานหลายอย่างจะเดินหน้าได้เร็วขึ้นเยอะเลยครับ
ตามนี้เลยครับ เป็นคำแนะนำที่ดีมาก แต่นักอิเล็กทรอนิกส์สมัครเล่นและมิอใหม่ซึ่งไม่ได้มีอาชีพโดยตรงทางอิเล็คทรอนิกส์เพื่อทำเป็นการค้า คงไม่มีใครซื้อออสซิลโลสโคปมาใช้เพราะราคามันแพงมาก เรียกว่าเกินความจำเป็นน่าจะถูกต้อง ผมว่าน่าจะแนะนำวิธีตรวจสอบสัญญานพัลล์แบบง่ายๆเท่าที่มีเครื่องมืออยู่ จะดีที่สุดครับ และเท่าที่ผมใช้งาน mcu โดยซื้อมาโปรแกรมเองมากกว่า 100 ตัว เพิ่งจะเจอเสียแค่ตัวเดียว สาเหตุที่จะมีการเสียของ mcu น่าจะมาจากการประกอบวงจรไม่ถูกต้อง เพราะถ้าเครื่องโปรแกรมที่ซื้อมาใส่ขาตามตำแหน่งถูกต้องคงไม่เสียแน่นอน

ขอบคุณครับ ในส่วนนี้ผมถึงให้เป็นคำแนะนำไว้ว่าถ้ามีกำลังพอที่จะจัดหาไว้ก็จะเป็นการดีครับ แต่หากไม่ประสงค์จะมีไว้หรือว่าเกินกำลังจะจัดหาก็คงต้องใช้มิเตอร์วัดแล้วดูการกระดิกของเข็มละครับหรือไม่ก็ใช้แบบที่วัดความถี่ได้ครับ แต่เราจะไม่รู้เลยว่าเอ้าท์พุทที่ออกมาจากหม้อแปลงจะเป็น pure sine ที่ถูกต้องหรือไม่ ในความคิดผมโปรเจ็คนี้สโคปมีความจำเป็นมากครับเพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า pure sine wave inverter ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับรูปคลื่นโดยตรง หากเราไม่เห็นรูปคลื่นก็ยากที่จะบอกว่าโปรเจ็คเราบรรลุเป้าหมายหรือไม่
ในส่วนของตัวโปรแกรมเมอร์ก็ถูกต้องครับ โอกาสที่ mcu จะเสียเพราะเครื่องโปรแกรมมีน้อยมากครับ ที่พูดถึงเพราะไม่แน่ใจว่าเค้าซื้อมาแบบสำเร็จรูปหรือว่าเอามาประกอบเองครับ ถ้ามาประกอบเองก็มีโอกาสพลาดครับ โดยส่วนตัวไม่เคยใช้ตัวนี้เลยครับ แต่ผมก็เชื่อตามนั้นเช่นกันว่าถ้าเครื่องโปรแกรมทำงานได้ถูกต้อง โอกาสที่จะทำให้ mcu เสียก็แทบจะไม่มีครับ
บันทึกการเข้า
pattayazaa
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 1
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 82

Thank You
-Given: 48
-Receive: 5



« ตอบ #23 เมื่อ: มกราคม 08, 2017, 09:25:08 pm »

เครื่องโปรแกรมเมอร์ซื้อแบบสำเร็จมาครับ ทำการโปรแกรมตามขั้นตอนทุกอย่าง รอบเดียวจบ ที่ไม่แน่ใจคือลายวงจรครับ 7805 ต่อโหลด ผ่านR ลองทำเมื่อคืนแล้วครับ แรงดันอยู่ที่ 4.7 ขอตวรจสอบอีกที ขอบคุณอาจารย์ฺทุกท่านที่ให้คำแนะนำครับ ผมก็อยากได้นะครับสโคป แต่ผมเพิ่งแค่เริ่มต้นซ่อมกะจ๊อกกะเจ๊กแล้วมาเริ่มทำตัวนี้เพราะอยากเอาใว้เล่นเอง มันรู้สึกภูมิใจครับถ้าทำได้ ยังไงผมจะมารายงานความคืบหน้าอีกทีครับผม 1dd01
บันทึกการเข้า
พิเชษฐ์_VC
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 1
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 27

Thank You
-Given: 0
-Receive: 16


« ตอบ #24 เมื่อ: มกราคม 08, 2017, 10:00:27 pm »

เครื่องโปรแกรมเมอร์ซื้อแบบสำเร็จมาครับ ทำการโปรแกรมตามขั้นตอนทุกอย่าง รอบเดียวจบ ที่ไม่แน่ใจคือลายวงจรครับ 7805 ต่อโหลด ผ่านR ลองทำเมื่อคืนแล้วครับ แรงดันอยู่ที่ 4.7 ขอตวรจสอบอีกที ขอบคุณอาจารย์ฺทุกท่านที่ให้คำแนะนำครับ ผมก็อยากได้นะครับสโคป แต่ผมเพิ่งแค่เริ่มต้นซ่อมกะจ๊อกกะเจ๊กแล้วมาเริ่มทำตัวนี้เพราะอยากเอาใว้เล่นเอง มันรู้สึกภูมิใจครับถ้าทำได้ ยังไงผมจะมารายงานความคืบหน้าอีกทีครับผม 1dd01

ครับ งั้นที่เหลือก็ต้องตรวจสอบลายวงจรล่ะครับว่ามีอะรัยผิดละป่าว ค่อยๆเรียนรู้หาประสบการณ์ไปนะครับ ทำเล่นวันนี้อาจทำเป็นอาชีพได้ในวันหน้า ยังงัยก็ขอเอาใจช่วยให้สำเร็จนะครับ อารมณ์นี้ผมเข้าใจครับ นึกถึงสามสิบกว่าปีก่อนตอนที่ผมประกอบเครื่องรับวิทยุเครื่องแรกจนมีเสียงออกได้ แม้จะรับได้ไม่ครบทุกสถานี แต่ก็ดีใจและภูมิใจมากๆในตอนนั้น และเป็นก้าวย่างที่สำคัญที่ทำให้มาถึงจุดนี้ในวันนี้ได้ครับ
บันทึกการเข้า
pattayazaa
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 1
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 82

Thank You
-Given: 48
-Receive: 5



« ตอบ #25 เมื่อ: มกราคม 09, 2017, 03:08:46 am »

เครื่องโปรแกรมเมอร์ซื้อแบบสำเร็จมาครับ ทำการโปรแกรมตามขั้นตอนทุกอย่าง รอบเดียวจบ ที่ไม่แน่ใจคือลายวงจรครับ 7805 ต่อโหลด ผ่านR ลองทำเมื่อคืนแล้วครับ แรงดันอยู่ที่ 4.7 ขอตวรจสอบอีกที ขอบคุณอาจารย์ฺทุกท่านที่ให้คำแนะนำครับ ผมก็อยากได้นะครับสโคป แต่ผมเพิ่งแค่เริ่มต้นซ่อมกะจ๊อกกะเจ๊กแล้วมาเริ่มทำตัวนี้เพราะอยากเอาใว้เล่นเอง มันรู้สึกภูมิใจครับถ้าทำได้ ยังไงผมจะมารายงานความคืบหน้าอีกทีครับผม 1dd01

ครับ งั้นที่เหลือก็ต้องตรวจสอบลายวงจรล่ะครับว่ามีอะรัยผิดละป่าว ค่อยๆเรียนรู้หาประสบการณ์ไปนะครับ ทำเล่นวันนี้อาจทำเป็นอาชีพได้ในวันหน้า ยังงัยก็ขอเอาใจช่วยให้สำเร็จนะครับ อารมณ์นี้ผมเข้าใจครับ นึกถึงสามสิบกว่าปีก่อนตอนที่ผมประกอบเครื่องรับวิทยุเครื่องแรกจนมีเสียงออกได้ แม้จะรับได้ไม่ครบทุกสถานี แต่ก็ดีใจและภูมิใจมากๆในตอนนั้น และเป็นก้าวย่างที่สำคัญที่ทำให้มาถึงจุดนี้ในวันนี้ได้ครับ
เจอแล้วครับลายปริ้นด้านกราวขาดอยู่จุดนึงครับได้ทำการต่อแล้ว ลองวัดพัลซ์กับมิตเตอร์เข็มแบบที่แนะนำมา เข็มขึ้นนิดนึงครับ แต่ไม่กระดิกขึ้นลง เลยไม่แน่ใจว่าเป็นพัลซ์รึเปล่าดูจากลักษณเข็มแล้วถ้าใช้สโคปวัดกลัวจะกลายเป็นเส้นตรงซะมากกว่าที่จะเป็นเส้นประขึ้น-ลงนะครับ
บันทึกการเข้า
thong
VIP 3
Jr. Member
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 454
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,891

Thank You
-Given: 0
-Receive: 907



« ตอบ #26 เมื่อ: มกราคม 09, 2017, 06:27:57 am »

ถ้าเข็มขึ้นแสดงว่ามีพัลซ์ออกแต่เข็มจะไม่กระดิกเพราะว่าความถี่มันสูง เราจะเห็นเข็มกระดิกขึ้นลงได้นั้นแสดงว่าความถี่ที่วัดนั้นต่ำครับ คุณเคยเห็นฟิล์มหนังไม่ล่ะครับ มันเป็นภาพนิ่งแต่พอเอามาดูด้วยความเร็วมันกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวได้ มันกลับกันกับการวัดของคุณนะครับ หลอดฟลูออเรสเซนต์ก็เช่นกัน เรามองดูเหมือนสว่างนิ่งแต่ไม่ใช่ สายตาเราจับไม่ทันเพราะความเร็วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 09, 2017, 06:33:26 am โดย thong » บันทึกการเข้า

ครูทองอิเล็คทรอนิกส์ 15/1 หมู่ 3  ต.ทวีวัฒนา  อ.ไทรน้อย  จ.นนทบุรี 11150  โทร 086 8856 686 (วิทยุ-โทรคมนาคม เทคนิคราชบุรี 2514) Line ID:t
wut_nimmee
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 62
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,189

Thank You
-Given: 47
-Receive: 195



« ตอบ #27 เมื่อ: มกราคม 09, 2017, 07:04:57 am »

ถ้ามีคอมพิวเตอร์ สามารถนำมาใช้เป็นออสซิลโลสโคป ได้ แต่สามารถความถี่ได้ไม่เกิน 20 Khz สามารถดูรูปคลื่นต่างๆได้ชัดเจน ตอนนี้เวอร์ชั่น   Osciloscope 2.51  ผมเคยทดลองใช้งานเมื่อหลายปีก่อนใช้ได้ดีทีเดียว แต่เวบเป็นภาษาอังกฤษ คุณต้องพยายามแปลครับ ช่องเสียอินพุท จะเสียบที่ ซาวด์การด์ ตรงไมค์หรือ  AUX ไม่ค่อยแน่ใจ ส่วนสายก็สร้างกันเองเลยครับ ใช้สายชิลด์ธรรมดา

ลิงค์ตามนี้ครับ ไปดาวน์โหลดได้เลย  ==>>>>> http://www.zen22142.zen.co.uk/Prac/winscope.htm

สำหรับเวบนี้ ใช้ฟรี 14 วัน แต่ดีกว่าตัวบนที่นำเสนอมา  http://www.zelscope.com/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 09, 2017, 07:15:58 am โดย wut_nimmee » บันทึกการเข้า

วุฒิ นิมมี
เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160  โทร.081-6523425

จงอย่าเชื่อเครื่องมือหรือใครที่บอกว่าดี ถ้ายังไม่ได้ลงมือทดลองด้วยตนเอง
wut_nimmee
VIP 3
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 62
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,189

Thank You
-Given: 47
-Receive: 195



« ตอบ #28 เมื่อ: มกราคม 09, 2017, 07:36:15 am »

ถ้าเข็มขึ้นแสดงว่ามีพัลซ์ออกแต่เข็มจะไม่กระดิกเพราะว่าความถี่มันสูง เราจะเห็นเข็มกระดิกขึ้นลงได้นั้นแสดงว่าความถี่ที่วัดนั้นต่ำครับ คุณเคยเห็นฟิล์มหนังไม่ล่ะครับ มันเป็นภาพนิ่งแต่พอเอามาดูด้วยความเร็วมันกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวได้ มันกลับกันกับการวัดของคุณนะครับ หลอดฟลูออเรสเซนต์ก็เช่นกัน เรามองดูเหมือนสว่างนิ่งแต่ไม่ใช่ สายตาเราจับไม่ทันเพราะความเร็วครับ
ถูกต้องตามที่ อ.ทองกล่าวมา ความถี่ต่ำ เข็มจะกระดิก ขึ้นๆ ลงๆ ความถี่สูง เข็มจะขึ้นแล้วค้าง จริงๆมิเตอร์แบบเข็มมีจุดที่เราสามารถต่อใช้งานได้เลย คือตรงจุด output  แต่มักไม่ค่อยมีคนนิยมใช้ ผมใช้จุดตรงนี้วัดพวกความถี่พัลล์ประจำ  จุดต่อตรงนี้จะอยู่ตำแหน่งเหนือจุดต่อขั้วลบครับ ทางด้านซ้ายมือ(ขอยืมภาพจากอินเตอร์เน็ตมาเป็นภาพประกอบ ไม่ได้ต้องการนำมาโฆษณาแต่อย่างใด)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 09, 2017, 07:38:06 am โดย wut_nimmee » บันทึกการเข้า

วุฒิ นิมมี
เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160  โทร.081-6523425

จงอย่าเชื่อเครื่องมือหรือใครที่บอกว่าดี ถ้ายังไม่ได้ลงมือทดลองด้วยตนเอง
thong
VIP 3
Jr. Member
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 454
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,891

Thank You
-Given: 0
-Receive: 907



« ตอบ #29 เมื่อ: มกราคม 09, 2017, 07:51:31 am »

ขออนุญาตเพิ่มเติมด้วยครับว่า ควรเปลี่ยนคาปาที่มีอยู่เดิมก่อนใช้ครับ เอาชนิดมีคุณภาพดีหน่อยใส่แทนนะครับ รับรองสุดยอด(ยี่ห้อนี้รู้สึกคล้ายพิมพ์นิยมของญี่ปุ่นเมื่อสามสี่สิบปีมาแล้ว)
บันทึกการเข้า

ครูทองอิเล็คทรอนิกส์ 15/1 หมู่ 3  ต.ทวีวัฒนา  อ.ไทรน้อย  จ.นนทบุรี 11150  โทร 086 8856 686 (วิทยุ-โทรคมนาคม เทคนิคราชบุรี 2514) Line ID:t
หน้า: 1 [2] 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2015, Simple Machines
Thai language by ThaiSMF | Modification by VBNeverDie.Com


Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.095 วินาที กับ 23 คำสั่ง