ศูนย์การเรียนรู้ เพื่อคนรักเครื่องเสียง
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน พฤศจิกายน 22, 2019, 08:51:31 pm


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การเลือก TR 2SC5200+2SA1943 ในการประกอบ Power Amp  (อ่าน 5718 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ek1977
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 137
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112

Thank You
-Given: 56
-Receive: 239



« เมื่อ: มิถุนายน 14, 2013, 03:30:56 pm »

ผมได้ไปอ่านเจอบทความนี้ ก็เลยนำมาเสนอ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกบ้าง ไม่มากก็น้อย
ถ้าพอจะมีประโยชน์บ้างก็ช้วยกด คะแนนแบ่งปันความรู้ กับ Thank You ให้หน่อยนะครับ


ในการประกอบ Power Amp. เราไม่สามารถที่จะหา Tr ที่มีค่า hfe เท่ากันได้ครับ มีแต่ใกล้ๆ กัน
ทางแก้ไขคือ เลือกใช้ค่า R กระเบื้อง ที่มีค่าสูงขึ้น จาก 0.22 เป็น 0.33 หรือ 0.47 หรือ 0.5 และที่เห็นมากที่สุดคือ 1 โอห์มเลยครับ
ค่า R มาก ยิ่งจะเฉลี่ยกระแสที่ไหลผ่าน TR ให้เท่ากันได้ดี แต่ข้อเสียคือ เกิด Loss ใน R มากขึ้นครับ
และ R ที่จะเอามาต่อนั้น ควรจะต่อไว้ที่ขา E นะครับ
หากเป็น MOSFET ก็ควรที่จะต่อไว้ที่ขา S ครับ (อันนี้ท่านใดที่เรียน Electronics จะรู้ว่าเพราะอะไร)

ตอนต่อเสร็จใหม่ 3-4 งานแรกก็เล่นแค่ 60-70% ของกำลังก็พอครับ ให้มันอุ่นเครื่อง และให้ Semiconductor มั้นเข้าขากันก่อน จากนั้นค่อยอัดเต็มที่
ฟังดูบ้าๆ หากใครสังเกตก็จะรู้ว่ามันใช่จริงๆ ครับ

หากเราได้คู่ Tr ที่ Match กันมากๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้หลายคู่เผื่อเหนียวครับ
เอาแค่พิกัดกำลังที่จะใช้งานก็พอครับ

เพราะส่วนมากที่พังๆ กัน เป็นเพราะ มี Tr บางตัวนำกระแสมากกว่าเพื่อน แล้วตายก่อน
จากนั้นจะ Short C-B แล้วพาให้ตัวอื่นตายไปด้วย

อันที่จริงแล้ว อาจจะมีบางท่านแย้งนะครับว่า Short แล้ว ตัวอื่นรอดก็มี
มันขึ้นอยู่กับว่า Short ยังไง ขาไหนทะลุถึงกัน ด้วยครับ

คิดแบบปลอดภัย คู่ละ 100 W ครับ

ไฟ +/- 70 V ใช้มากกว่า 3 คู่
ไฟ +/- 80 V ใช้มากกว่า 6 คู่
ไฟ +/- 90 V ใช้มากกว่า 10 คู่
ไฟ +/- 100 V ใช้มากกว่า 15 คู่

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ บางทีที่ผมพูด อาจจะคนละมาตรฐานกับท่านอื่นๆ

ปลอดภัย ในความหมายของผม หมายถึงปลอดภัยที่ 2.66 โอห์ม (8 โอห์ม 3 ดอก)
และต้องเปิดเป็น ไม่ใช่เปิดจน Peak สุดตลอด จน Amp ไม่ได้หายใจ
หาก Peak สุดตลอด ไม่ว่าของค่ายไหนไม่รอดครับ หากไม่มี Over Temperature Protection; Over Current Protection ฯลฯ
แต่....บางทีก็รอด เพราะใส่ Tr เป็นโหล แต่หม้อแปลงตัวนิดเดียวหม้อแปลงจะร้อนมากถึงขั้นได้กลิ่น อันนี้หม้อแปลงจะอายุสั้นครับ

ร้อน ในความหมายของผม คือร้อนจนจับ Sink ไม่ได้ หากยังจับ Sink ได้ ผมจะบอกว่า ไม่ร้อน

การคำนวณก็ว่ากันเป็นน่ากระดาษเลยแหละ
ผมก็คิดคร่าวๆ นะ และก็กะเอา จาก Datasheet
เอาเป็นว่า ตามทฤษฎี Class AB จะให้กำลัง Output ได้ประมาณ 50 % ของกำลังไฟเลี้ยง
เช่นไฟ +/- 70 Vdc จะขับไปที่โหลดได้มากที่สุดไม่ถึง 70 V นะครับ เพราะจะเกิด Loss ที่ Tr Output
งั้นผมคิดคร่าวๆ ว่า V ที่จ่ายให้โหลด มากที่สุดคือ 50 V (ประมาณ 70%) และสมมติให้ลำโพงเป็น Load แบบ Resistive

P=(V*V)/R

P=50*50/2.66

P=940W นี่คือกำลังขณะที่ Load มีแรงดันตกคร่อม 50V

ทีนี้หากระแสจาก

V/R=I

50/2.66= 19 Amps

ไฟเลี้ยงวงจร = ไฟตกคร่อม Tr Output + ไฟคร่อม Load

70 = Vce+Vload

Vce = 70-50 = 20 V

แล้วเรามาดูว่า Tr ของเราที่แรงดัน Vce 20 V จะทนกระแสได้เท่าไรจาก Data Sheet
สมมุติ Tr ทนกระแสได้ 7 Amp
กระแสที่คำนวณไว้ 19 A
Tr ทนกระแสได้ 7 Amp / คู่
จำนวนคู่ Tr = 19/7 =2.7 นั่นคือ ประมาณ 3 คู่ครับ

เรามาดูว่า จาก Data Sheet Tr จะทนกำลังสูยเสียได้เท่าไร Power Dissipation = 150 W

กระแสที่ผ่าน Tr แต่ละตัว 19/3 =6.33 Amp
แรงดันที่คร่อม Tr = 20 V
กำลังสูญเสียที่ Tr = 20*6.33 = 126.6 Watt #น้อยกว่า 150 W แสดงว่า ปลอดภัย

การคำนวณก็ประมาณนั้นแหละครับ
จากสูตร P=V*V/R จะเห็นได้ว่า สองเราเพิ่ม V เป็นสองเท่า กำลังจะได้เพิ่มเป็น 4 เท่าที่ R เท่าเดิม
นั่นหมายถึงว่า กำลัง จะแปรผันกับ V ครับ

เป็นคำตอบให้ท่านที่สงสัยว่า เพิ่มคู่ Tr แต่ไฟเลี้ยงเท่าเดิม กำลังจะเพิ่มไหม ?
ขอตอบว่า ไม่แน่นอน เพราะ
กรณีที่ 1 หาก Tr สามารถจ่าย V ไปยังโหลดได้สุดๆ แล้ว กำลังกะไม่เพิ่ม หากเราใส่ Tr เพิ่มเข้าไป วงจรจะทนขึ้น อึดขึ้น

กรณีที่ 2 Tr ไม่สามารถจ่าย V ไปยังโหลดได้สุด หากเราใส่ Tr เพิ่มเข้าไป จะทำให้วงจรสามารถจ่าย V ขับ Load ได้มากขึ้น กำลังก็จะมากขึ้น

....ผิดพลาดประการใด ก็ขออภัย

เครดิต Mr.Poss จาก music-parks.com  1dd01
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 18, 2013, 12:55:01 am โดย ek1977 » บันทึกการเข้า

à¿Ê : www.facebook.com/eakkung77.th
ÍÕàÁÅì: eakkung77.th@gmail.com
â·Ã : 091-7942121 àÍ¡
äŹì : eakkung77.th
Mr.Poss
VIP 1 กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
**

คะแนนแบ่งปันความรู้ 33
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 376

Thank You
-Given: 195
-Receive: 63


PossTech by Mr.Poss


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2013, 02:32:27 pm »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
chaimix
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 104

Thank You
-Given: 1
-Receive: 2



« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2013, 05:49:18 pm »

ขอบคุณสำหรับความรู้ ผมอยากทราบว่าเอาอะไรเป็นเกณฑ์หลักในการวัดค่าที่เท่ากันครับ hfe (หน่วยของการวัดเป็นอะไร)  banasdtfm 1dd01
บันทึกการเข้า

Chuanchai  Meekaew
23ม.4 ต.หนองยาว อ.เมือง จ.สระบุรี18000
d-tac 087-5132899
thong
VIP 3
Hero Member
****

คะแนนแบ่งปันความรู้ 536
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,918

Thank You
-Given: 0
-Receive: 1098



« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2013, 11:11:31 pm »

การวัดค่า hfe เขาต้องมีอุปกรณ์ประกอบกับมิเตอร์ครับ ต้องดูจากคู่มือของมิเตอร์ที่คุณใช้นะครับ เพราะผมไม่ทราบว่าคุณมีแบบไหน แบบเข็มหรือดิจิตอล ลองอ่านดูเขาจะมีอธิบายวิธีการวัดนะครับ
บันทึกการเข้า

ครูทองอิเล็คทรอนิกส์ 15/1 หมู่ 3  ต.ทวีวัฒนา  อ.ไทรน้อย  จ.นนทบุรี 11150  โทร 086 8856 686 (วิทยุ-โทรคมนาคม เทคนิคราชบุรี 2514)
mosmosmosmos
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
*

คะแนนแบ่งปันความรู้ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14

Thank You
-Given: 1
-Receive: 0



« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2013, 02:44:17 pm »

ผมได้ไปอ่านเจอบทความนี้ ก็เลยนำมาเสนอ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกบ้าง ไม่มากก็น้อย
ถ้าพอจะมีประโยชน์บ้างก็ช้วยกด คะแนนแบ่งปันความรู้ กับ Thank You ให้หน่อยนะครับ


ในการประกอบ Power Amp. เราไม่สามารถที่จะหา Tr ที่มีค่า hfe เท่ากันได้ครับ มีแต่ใกล้ๆ กัน
ทางแก้ไขคือ เลือกใช้ค่า R กระเบื้อง ที่มีค่าสูงขึ้น จาก 0.22 เป็น 0.33 หรือ 0.47 หรือ 0.5 และที่เห็นมากที่สุดคือ 1 โอห์มเลยครับ
ค่า R มาก ยิ่งจะเฉลี่ยกระแสที่ไหลผ่าน TR ให้เท่ากันได้ดี แต่ข้อเสียคือ เกิด Loss ใน R มากขึ้นครับ
และ R ที่จะเอามาต่อนั้น ควรจะต่อไว้ที่ขา E นะครับ
หากเป็น MOSFET ก็ควรที่จะต่อไว้ที่ขา S ครับ (อันนี้ท่านใดที่เรียน Electronics จะรู้ว่าเพราะอะไร)

ตอนต่อเสร็จใหม่ 3-4 งานแรกก็เล่นแค่ 60-70% ของกำลังก็พอครับ ให้มันอุ่นเครื่อง และให้ Semiconductor มั้นเข้าขากันก่อน จากนั้นค่อยอัดเต็มที่
ฟังดูบ้าๆ หากใครสังเกตก็จะรู้ว่ามันใช่จริงๆ ครับ

หากเราได้คู่ Tr ที่ Match กันมากๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้หลายคู่เผื่อเหนียวครับ
เอาแค่พิกัดกำลังที่จะใช้งานก็พอครับ

เพราะส่วนมากที่พังๆ กัน เป็นเพราะ มี Tr บางตัวนำกระแสมากกว่าเพื่อน แล้วตายก่อน
จากนั้นจะ Short C-B แล้วพาให้ตัวอื่นตายไปด้วย

อันที่จริงแล้ว อาจจะมีบางท่านแย้งนะครับว่า Short แล้ว ตัวอื่นรอดก็มี
มันขึ้นอยู่กับว่า Short ยังไง ขาไหนทะลุถึงกัน ด้วยครับ

คิดแบบปลอดภัย คู่ละ 100 W ครับ

ไฟ +/- 70 V ใช้มากกว่า 3 คู่
ไฟ +/- 80 V ใช้มากกว่า 6 คู่
ไฟ +/- 90 V ใช้มากกว่า 10 คู่
ไฟ +/- 100 V ใช้มากกว่า 15 คู่

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ บางทีที่ผมพูด อาจจะคนละมาตรฐานกับท่านอื่นๆ

ปลอดภัย ในความหมายของผม หมายถึงปลอดภัยที่ 2.66 โอห์ม (8 โอห์ม 3 ดอก)
และต้องเปิดเป็น ไม่ใช่เปิดจน Peak สุดตลอด จน Amp ไม่ได้หายใจ
หาก Peak สุดตลอด ไม่ว่าของค่ายไหนไม่รอดครับ หากไม่มี Over Temperature Protection; Over Current Protection ฯลฯ
แต่....บางทีก็รอด เพราะใส่ Tr เป็นโหล แต่หม้อแปลงตัวนิดเดียวหม้อแปลงจะร้อนมากถึงขั้นได้กลิ่น อันนี้หม้อแปลงจะอายุสั้นครับ

ร้อน ในความหมายของผม คือร้อนจนจับ Sink ไม่ได้ หากยังจับ Sink ได้ ผมจะบอกว่า ไม่ร้อน

การคำนวณก็ว่ากันเป็นน่ากระดาษเลยแหละ
ผมก็คิดคร่าวๆ นะ และก็กะเอา จาก Datasheet
เอาเป็นว่า ตามทฤษฎี Class AB จะให้กำลัง Output ได้ประมาณ 50 % ของกำลังไฟเลี้ยง
เช่นไฟ +/- 70 Vdc จะขับไปที่โหลดได้มากที่สุดไม่ถึง 70 V นะครับ เพราะจะเกิด Loss ที่ Tr Output
งั้นผมคิดคร่าวๆ ว่า V ที่จ่ายให้โหลด มากที่สุดคือ 50 V (ประมาณ 70%) และสมมติให้ลำโพงเป็น Load แบบ Resistive

P=(V*V)/R

P=50*50/2.66

P=940W นี่คือกำลังขณะที่ Load มีแรงดันตกคร่อม 50V

ทีนี้หากระแสจาก

V/R=I

50/2.66= 19 Amps

ไฟเลี้ยงวงจร = ไฟตกคร่อม Tr Output + ไฟคร่อม Load

70 = Vce+Vload

Vce = 70-50 = 20 V

แล้วเรามาดูว่า Tr ของเราที่แรงดัน Vce 20 V จะทนกระแสได้เท่าไรจาก Data Sheet
สมมุติ Tr ทนกระแสได้ 7 Amp
กระแสที่คำนวณไว้ 19 A
Tr ทนกระแสได้ 7 Amp / คู่
จำนวนคู่ Tr = 19/7 =2.7 นั่นคือ ประมาณ 3 คู่ครับ

เรามาดูว่า จาก Data Sheet Tr จะทนกำลังสูยเสียได้เท่าไร Power Dissipation = 150 W

กระแสที่ผ่าน Tr แต่ละตัว 19/3 =6.33 Amp
แรงดันที่คร่อม Tr = 20 V
กำลังสูญเสียที่ Tr = 20*6.33 = 126.6 Watt #น้อยกว่า 150 W แสดงว่า ปลอดภัย

การคำนวณก็ประมาณนั้นแหละครับ
จากสูตร P=V*V/R จะเห็นได้ว่า สองเราเพิ่ม V เป็นสองเท่า กำลังจะได้เพิ่มเป็น 4 เท่าที่ R เท่าเดิม
นั่นหมายถึงว่า กำลัง จะแปรผันกับ V ครับ

เป็นคำตอบให้ท่านที่สงสัยว่า เพิ่มคู่ Tr แต่ไฟเลี้ยงเท่าเดิม กำลังจะเพิ่มไหม ?
ขอตอบว่า ไม่แน่นอน เพราะ
กรณีที่ 1 หาก Tr สามารถจ่าย V ไปยังโหลดได้สุดๆ แล้ว กำลังกะไม่เพิ่ม หากเราใส่ Tr เพิ่มเข้าไป วงจรจะทนขึ้น อึดขึ้น

กรณีที่ 2 Tr ไม่สามารถจ่าย V ไปยังโหลดได้สุด หากเราใส่ Tr เพิ่มเข้าไป จะทำให้วงจรสามารถจ่าย V ขับ Load ได้มากขึ้น กำลังก็จะมากขึ้น

....ผิดพลาดประการใด ก็ขออภัย

เครดิต Mr.Poss จาก music-parks.com  1dd01
  1dd01 :afro:ได้ความรู้อีกแล้วครับผม
บันทึกการเข้า

นาย มนตรี ศรีพิทักษ์ 25หมู่20 ต.โนนค้อ อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ 33250
chompoo
VIP 2
กลุ่มคนรักเครื่องเสียง
***

คะแนนแบ่งปันความรู้ 82
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,317

Thank You
-Given: 325
-Receive: 644


« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 31, 2013, 08:26:51 am »

 <."ถือว่าเป็นความรู้ที่ผมอ่านไม่เจอบ่อยนัก กับความรู้และหลักการในการ
 พิจารณาและคำนึงถึงค่าอะไหล่ อุปกรณ์ที่จะนำมาประกอบเป็นเครื่องขยาย
 **ดีมากๆเลยครับ ขอบคุณหลายๆ **
**ขอส่งท้ายปีเก่า ตอนรับปีใหม่ 2557 ให้ทุกท่านมีวามสุขมากๆ มีงาน มีเงิน
   สุขภาพร่างกายแข็งแรง ร่ำรวยกันทุกคน**
บันทึกการเข้า

ชมภู ตะวัน โรงเรียนศรีสะอาด ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี 41160 เบอร์โทรศัพท์090-589-2089 (ดีแทค)
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2015, Simple Machines
Thai language by ThaiSMF | Modification by VBNeverDie.Com


Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 24 คำสั่ง