ศูนย์การเรียนรู้ เพื่อคนรักเครื่องเสียง

ทดสอบ => ห้องสมุดความรู้ เพื่อคนรักเครื่องเสียง [UN] => ข้อความที่เริ่มโดย: >>santi<< ที่ ตุลาคม 27, 2008, 11:32:14 am



หัวข้อ: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: >>santi<< ที่ ตุลาคม 27, 2008, 11:32:14 am
 <."
 หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ (Transistor)
     เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่คล้ายตัวความต้านทานแบบปรับค่าได้ ระหว่างขา C กับ E มีการปรับค่าตามระดับกระแสที่ไหลผ่านขา B (ขาควบคุม) ซึ่งกระแสที่ใช้นี้มีค่าน้อยมากเมื่อเทียบกับกระแสที่เข้าที่ขา C (ขาเข้า) และออกที่ ขา E (ขาออก) ประโยชน์ มักใช้ในการขยายสัญญาณต่างๆ ที่ใช้ในการควบคุมสัญญาณ และในวงจรผลิตสัญญาณต่างๆ การจ่ายกระแสจะได้มากน้อยขึ้นกับกระแสควบคุมและกำลังขยาย (hFE) ซึ่งเป็นอัตราส่วนระหว่างกระแสควบคุมกับกระแสที่จ่ายเข้า-ออก

                IE = IC + IB ถ้า IB น้อยมาก จะได้ IE = IC

                ดังนั้น hFE = ICE/IB = IC/IB

       ทรานซิสเตอร์แบ่งตามชนิดของสารประกอบได้เป็น 2 แบบ คือ NPN และ PNP
     ชนิด NPN เป็นทรานซิสเตอร์ที่ต้องจ่ายกระแสเป็นบวก คือ ขา B ต้องมีค่าบวกมากกว่าขา E จึงจะทำให้ทรานซิสเตอร์ทำงานได้ ปกติจะมีแรงดันตกคร่อมขา B และ E ประมาณ 0.6V ถึง 0.7V สำหรับทรานซิสเตอร์ที่ทำจากสารซิลิคอน และ 0.2V สำหรับชนิดที่ทำจากสารเจอร์เมเนียม ซึ่งไม่ค่อยนิยมใช้ เพราะว่า รั่วง่าย เราต้องจ่ายไฟขา C มากกว่าขา E เสมอ โดยปรกติ ขา E จะต่อตรงกับไฟลบ ทรานซิสเตอร์ชนิดนี้จึงเป็นที่นิยมใช้

     ชนิด PNP เป็นทรานซิสเตอร์ที่มีการทำงานเหมือน NPN แต่ต่างที่ขั้วบวกลบเท่านั้น
                                              (http://www.elecram.th.gs/web-e/lecram/ey/NPN.jpg)(http://www.elecram.th.gs/web-e/lecram/ey/PNP.jpg)
 

การตรวจวัดทรานซิสเตอร์
1.   ตั้งย่านการวัดค่าความต้านทาน ที่ Rx10K
2.   สำหรับทรานซิสเตอร์แบบ NPN นำสายสีดำ(ไฟบวก) แตะที่ขา B และสายสีแดง (ไฟลบ) แตะที่ขา C และ E ตามลำดับ โดยเข็มมิเตอร์ต้องใกล้เคียง 0 โอห์ม ทั้งสองครั้ง
3.   แล้วนำสายสีแดงไฟลบ มาแตะที่ขา B ส่วนสายสีดำ ไฟบวก ไปแตะที่ขา C เข็มต้องไม่ขึ้นเลย จากนั้นนำสายสีดำ ไฟบวกมาแตะที่ขา E เข็มมิเตอร์อาจชี้ขึ้นเล็กน้อยหรือไม่ขึ้นเลยเช่นกัน
4.   เปลี่ยนนำสายสีแดง ไฟลบ มาแตะที่ขา C และสายสีดำ ไฟบวกมาแตะที่ขา E เข็มมิเตอร์จะต้องขึ้นเล็กน้อยหรือไม่ขึ้นเลยเช่นกัน
5.   สำหรับทรานซิสเตอร์แบบ PNP ก็ทำเช่นเดียวกันแต่ต่างที่ขั้วบวกลบเท่านั้น
หมายเหตุ
- การนำซีเนอร์ไดโอดมาต่อกับแหล่งจ่ายไฟเพื่อวัด ควรตั้งค่าย่านแรงดันสูงก่อน เพื่อความปลอดภัยของมิเตอร์
- เข็มมิเตอร์ชี้ขึ้นมาก เหมือนการวัดไอโอดแบบไบอัสตรง ขาที่ต่อกับสายบวก (ไฟลบ) เป็นขั้วคาโทด ส่วนขาที่ต่อกับสายลบ (ไฟบวก) เป็นขั้วแอโนด
- เมื่อเข็มมิเตอร์ชี้ขึ้นน้อย เหมือนการวัดไดโอดแบบไบอัสกลับ แต่เข็มจะชี้ขึ้นเพียงเล็กน้อย แสดงว่าเป็นแรงดันของซีเนอร์ไดโอดเอง
- ถ้าขึ้นมากทั้งสองครั้ง แสดงว่า เสียแบบช็อต


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: deedao ที่ ตุลาคม 27, 2008, 07:36:11 pm
ท่าน santi ช่วยบอกด้วยครับว่า ไปอ่านค่า hFE ที่เสกลไหนบนหน้าปัทม์ของมิเตอร์  ขอภาพและวิธีอ่านด้วยครับ  ขอบคุณมากครับ


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: >>santi<< ที่ ตุลาคม 28, 2008, 09:17:32 am
                                                                 (http://pansak.50megs.com/Measu07/fig7.3.gif)
                                                                     สเกลหน้าปัดของมัลติมิเตอร์ซันวารุ่น yx-361TR

หมายเลข 1   คือ สเกล  เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าความต้านทาน เมื่อตั้งย่านวัดความต้านทาน ((http://pansak.50megs.com/Measu07/ohm01.gif)) สเกลเป็นสีดำ
หมายเลข 2   คือ สเกล DCV, A & ACV เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าแรงดันไฟตรง เมื่อตั้งย่านวัดแรงดันไฟตรง
                 เมื่อตั้งย่านวัดแรงดันไฟตรง (DCV) เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่ากระแสไฟตรง เมื่อตั้งย่านวัดกระแสไฟตรง (DCmA)
                 และเป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าแรงดันไฟสลับ เมื่อตั้งย่านวัดแรงดันไฟสลับ (ACV) สเกลเป็นสีดำ
หมายเลข 3   คือ สเกลนัลมิเตอร์ (NULL METER) เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าแรงดันไฟตรงแบบค่าบวก-ลบ
                (±DCV)    เมื่อตั้งย่านวัดแรงดันไฟตรงนัล (DCV NULL)   สเกลเป็นสีน้ำเงิน
หมายเลข 4   คือ สเกล AC  2.5V    เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าแรงดันไฟสลับเฉพาะย่านวัด 2.5V
                 เมื่อตั้งย่านวัดแรงดันไฟสลับย่าน 2.5V (ACV2.5V)  สเกลเป็นสีแดง
หมายเลข 5   คือ สเกล hfe เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าอัตราการขยายกระแสไฟตรงของตัวทรานซิสเตอร์
                เมื่อตั้งย่านวัดโอห์ม ((http://pansak.50megs.com/Measu07/ohm01.gif))  ที่ x10 (hfe)  สเกลเป็นสีน้ำเงิน
หมายเลข 6   คือ สเกล BATT 1.5V เป็นสเกลใช้เฉพาะทดสอบแบตเตอรี่ 1.5V เมื่อตั้งย่านวัด 1.5V BATT สเกลเป็นสีแดงและสีน้ำเงิน
หมายเลข 7   คือ สเกล LI (µA, mA) เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่ากระแสภาระ (Load Current) หรือ LI  ของอุปกรณ์ที่วัดค่า 
                เมื่อตั้งย่านวัดโอห์ม ((http://pansak.50megs.com/Measu07/ohm01.gif))  โดยต่อวัดอย่างขนาน  และยังสามารถใช้วัดค่ากระแสรั่วไหลระหว่างขา
                C และขา E ของทรานซิสเตอร์ (Iceo) ได้ สเกลเป็นสีน้ำเงิน
หมายเลข 8   คือ สเกล LV (V)     เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าแรงดันภาระ (Load Voltage) หรือ LV
                ของอุปกรณ์ที่ทำการวัดเมื่อตั้งย่านวัดโอห์ม ((http://pansak.50megs.com/Measu07/ohm01.gif)) และวัดในเวลาเดียวกันกับการวัด LI สเกลเป็นสีดำ
หมายเลข 9   คือ สเกล dB เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าความดังของเสียง เมื่อตั้งย่านวัด ACV สเกลเป็นสีแดง
หมายเลข 10  คือ ไดโอดเปล่งแสง (LED)   จะเปล่งแสงสว่างขึ้นแสดงการต่อของวงจร หรือการต่อถึงกันของอุปกรณ์
หมายเลข 11  คือ กระจกเงา เพื่อช่วยทำให้การอ่านค่าบนสเกลที่ชี้ค่าด้วยเข็มชี้ถูกต้องที่สุด
                 โดยอ่านค่าตำแหน่งเข็มชี้จริงกับเข็มชี้ในกระจกเงาซ้อนกันพอด

ต่ออีกนิด.....

ข้อควรระวังในการใช้มัลติมิเตอร์

          มัลติมิเตอร์เป็นมิเตอร์ที่มีส่วนประกอบของอุปกรณ์หลายชนิด แต่ละชนิดมีขนาดเล็กและบอบบาง ยิ่งในส่วนเคลื่อนไหวของมิเตอร์ยิ่งต้องระมัดระวังอย่างมาก ตลอดจนการนำไปใช้งานก็ต้องระมัดระวังในเรื่องของปริมาณไฟฟ้าที่จะวัด และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง สามารถกล่าวโดยสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้
          1. ส่วนเคลื่อนไหวของมิเตอร์ ประกอบด้วยขดลวดเส้นเล็กมาก และมีส่วนของเดือยและรองเดือยมีขนาดเล็ก มีความบอบบาง อาจชำรุดเสียหายได้ง่ายหากได้รับกระแสมากเกินไป หรือหากได้รับการกระทบกระเทือนแรงๆ ที่เกิดจากการตกหล่น ตลอดจนการตั้งย่านวัดผิด
          2. การวัดปริมาณไฟฟ้าต่างๆ ที่ไม่ทราบค่า ครั้งแรกควรตั้งย่านวัดในย่านสูงสุดไว้ก่อน แล้วจึงค่อยๆ ลดย่านวัดลงมาให้ถูกต้องกับปริมาณไฟฟ้าที่ทำการวัดค่า และต่อขั้ววัดให้ถูกต้อง
          3. การตั้งย่านวัดโอห์มหรือย่านวัดกระแส และนำไปวัดค่าแรงดันจะมีผลให้ตัวต้านทานในวงจรมัลติมิเตอร์เสียหายได้ เมื่อแรงดันที่วัดมีค่าสูงประมาณ 100V ขึ้นไป
          4. ห้ามวัดค่าความต้านทานในวงจรที่มีกำลังไฟฟ้าจ่ายอยู่ เพราะจะทำให้ย่านวัดโอห์มของมัลติมิเตอร์ชำรุดได้ ต้องตัดไฟออกจากวงจรก่อนและปลดขาตัวต้านทานหรือขาอุปกรณ์ตัวที่ต้องการวัดออกจากวงจรเสียก่อน
          5. ขณะพักการใช้มิเตอร์ทุกครั้งควรปรับสวิตช์เลือกย่านวัดไปที่ย่าน 1,000VDC หรือ1,000VAC เพราะเป็นย่านวัดที่มีค่าความต้านทานภายในมิเตอร์สูงสุด หรือในมัลติมิเตอร์รุ่นที่มีตำแหน่ง OFF บนสวิตช์เลือกย่านวัด ให้ปรับสวิตช์เลือกย่านวัดไปที่ตำแหน่ง OFF เสมอ เพราะเป็นการตัดวงจรมิเตอร์ออกจากขั้วต่อวัด
          6. เมื่อหยุดการใช้งานมัลติมิเตอร์เป็นเวลานานๆ ควรปลดแบตเตอรี่ที่ใส่ไว้ในมัลติมิเตอร์ออกจากมัลติมิเตอร์ให้หมด เพื่อป้องกันการเสื่อมของแบตเตอรี่ และเกิดสารเคมีไหลออกมาจากแบตเตอรี่ อาจกัดกร่อนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในมิเตอร์จนชำรุดเสียหายได้ การเก็บมัลติมิเตอร์ไม่ควรเก็บไว้ในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง และมีความชื้นสูง
          7. ในกรณีการตั้งย่านวัดผิดพลาด จนทำให้มัลติมิเตอร์วัดค่าปริมาณไฟฟ้าอื่นๆ ไม่ขึ้นให้ตรวจสอบฟิวส์ที่อยู่ภายในมัลติมิเตอร์ ทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันไฟเกิน ว่าขาดหรือไม่ หากฟิวส์ขาดให้ใช้ฟิวส์สำรองที่มีอยู่ใส่แทน และทดลองใช้มัลติมิเตอร์อีกครั้ง


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: chompoo ที่ พฤศจิกายน 21, 2008, 07:05:54 pm
  ขอบคุณ พี่ SANTI  มากครับ ที่นำสิ่งดีๆมาฝาก  แต่รายละเอียดที่นำเสนอต้องไปดูที่เอกสารแนบมากับมิเตอร์ใช่ใหมครับ  มิเตอร์ของSUNWA รุ่น YX-361TR
  เป็นของทำเทียมที่ใช้ได้ดีมากครับ เวลาวัดเข็มจะขึ้นแบบสมูทมาก ขึ้นนิ่มๆ ไม่วิ่งเกิน 0 โอมห์ แล้วตีกลับ เหมือนรุ่นอื่น ที่เป็นของเทียมเหมือนกัน  คือถึงแล้วก็หยุด
  เลย  อีกอย่างคือมีสเกล ( NULL METER ) สำหรับวัดเครื่องขยายที่มีไฟติดบวก หรือลบ  ทำให้เข็มไม่หักงอ ถ้าไฟติดลบ  ราคา  200 บาท  ตอนนี้ผมมี 2 เครื่อง
   และดิจิตอลมัลติมิเตอร์ของเคียวริสซึ  1 ตัว  ไว้ใช้ตอนประกอบปริ้นท์นะครับ


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: daddydj ที่ พฤศจิกายน 18, 2009, 08:29:39 am
คือว่าผมไม่มีความรู้เลย พอจะมีวีธีวัดค่าแบบเข้าใจง่ายๆมั๊ยครับ ว่าดีกับเสียมันต่างกันยังไง


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: chompoo ที่ มีนาคม 31, 2010, 06:30:03 pm
 <."  ขอแรงเพื่อนช่างช่วยออกความคิดเห็นในการวัดค่าอัตราขยาย HFE ของทรานซิสเตอร์หน่อยครับ ขอตั้งเป็นข้อเพื่อเข้าใจง่าย
   1. ทรานซิสเตอร์คู่ดิฟร์ (ตัวเล็ก)
   2. ทรานซิสเตอร์คู่ไดร์  ชั้นที่ 1  ชั้นที่ 2  หรือชั้นที่ 3
   3. ทรานซิสเตอร์คู่เอาพุท
   คู่ไหนควรวัดให้ค่าใกล้เคียงกันที่สุด  ถ้าวัดค่าได้ใกล้เคียงกันแล้ว ผลดีที่ได้รับ .. ถ้าวัดไม่ได้ละครับ เช่น
    MJE350  วัดได้  180      MJE 340  วัดได้  80  ห่างกันขนาดนี้จะสามารถนำมาลงบรอดได้ใหมครับ  และค่าที่ห่างกัน
   คิดเป็นเปอร์เซ็นเท่าไรจึงจะเหมาะสม   และถ้าห่างกันมากขนาดนี้ผลเสียต่อเครื่องจะเป็นอย่างไร
   ....ถ้าเราซื้อทรานซิสเตอร์ตามร้านในตัวจังหวัด หรือในเขตอำเภอ  มีใหมครับที่เขาจะวัดค่าให้เรา  เช่นซื้อ  4 คู่  หรือรู้แค่ว่า
   ไม่เสียก็หยิบให้เลย 


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: sanan ที่ พฤศจิกายน 14, 2010, 02:27:55 pm
ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: korn2531 ที่ เมษายน 06, 2011, 09:10:59 am
อัพใหม่เลยครับพี่สันติ กระทู้มีประโยชน์มาก


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: >>santi<< ที่ เมษายน 06, 2011, 04:05:00 pm
เดี๋ยวจะพยายามหาบทความจากที่อื่นๆ มาลงให้แทนนะครับ เนื่องจากว่าข้อมูลที่เก็บไว้ได้หายไปทั้งหมดกับคอมเครื่องเก่าครับ  :knocked:


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: hampo ที่ พฤศจิกายน 24, 2011, 09:59:17 am
ขอบคุณล่วงหน้าเลยคับอาจารย์
มีประโยชน์มากๆคับ :rtfm: รอติดตามอีกหนึ่งเสียงคับ :secret:
 :1dd01: :dtfm2: :1dd01:


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: tombit ที่ กุมภาพันธ์ 01, 2012, 02:07:04 pm
เข้ามาอ่านมีประโยชน์มากครับ  "/:


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: pakanon ที่ มีนาคม 11, 2012, 11:45:13 am
เพิ่งมาเจอ  โพสต์ไว้ตั้งหลายปีแล้ว

ขอบพระคุณครับ

 :1dd01: "/:


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: suthee ที่ กรกฎาคม 13, 2012, 11:23:26 am
                                                                 (http://pansak.50megs.com/Measu07/fig7.3.gif)
                                                                     สเกลหน้าปัดของมัลติมิเตอร์ซันวารุ่น yx-361TR

หมายเลข 1   คือ สเกล  เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าความต้านทาน เมื่อตั้งย่านวัดความต้านทาน ((http://pansak.50megs.com/Measu07/ohm01.gif)) สเกลเป็นสีดำ
หมายเลข 2   คือ สเกล DCV, A & ACV เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าแรงดันไฟตรง เมื่อตั้งย่านวัดแรงดันไฟตรง
                 เมื่อตั้งย่านวัดแรงดันไฟตรง (DCV) เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่ากระแสไฟตรง เมื่อตั้งย่านวัดกระแสไฟตรง (DCmA)
                 และเป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าแรงดันไฟสลับ เมื่อตั้งย่านวัดแรงดันไฟสลับ (ACV) สเกลเป็นสีดำ
หมายเลข 3   คือ สเกลนัลมิเตอร์ (NULL METER) เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าแรงดันไฟตรงแบบค่าบวก-ลบ
                (±DCV)    เมื่อตั้งย่านวัดแรงดันไฟตรงนัล (DCV NULL)   สเกลเป็นสีน้ำเงิน
หมายเลข 4   คือ สเกล AC  2.5V    เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าแรงดันไฟสลับเฉพาะย่านวัด 2.5V
                 เมื่อตั้งย่านวัดแรงดันไฟสลับย่าน 2.5V (ACV2.5V)  สเกลเป็นสีแดง
หมายเลข 5   คือ สเกล hfe เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าอัตราการขยายกระแสไฟตรงของตัวทรานซิสเตอร์
                เมื่อตั้งย่านวัดโอห์ม ((http://pansak.50megs.com/Measu07/ohm01.gif))  ที่ x10 (hfe)  สเกลเป็นสีน้ำเงิน
หมายเลข 6   คือ สเกล BATT 1.5V เป็นสเกลใช้เฉพาะทดสอบแบตเตอรี่ 1.5V เมื่อตั้งย่านวัด 1.5V BATT สเกลเป็นสีแดงและสีน้ำเงิน
หมายเลข 7   คือ สเกล LI (µA, mA) เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่ากระแสภาระ (Load Current) หรือ LI  ของอุปกรณ์ที่วัดค่า 
                เมื่อตั้งย่านวัดโอห์ม ((http://pansak.50megs.com/Measu07/ohm01.gif))  โดยต่อวัดอย่างขนาน  และยังสามารถใช้วัดค่ากระแสรั่วไหลระหว่างขา
                C และขา E ของทรานซิสเตอร์ (Iceo) ได้ สเกลเป็นสีน้ำเงิน
หมายเลข 8   คือ สเกล LV (V)     เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าแรงดันภาระ (Load Voltage) หรือ LV
                ของอุปกรณ์ที่ทำการวัดเมื่อตั้งย่านวัดโอห์ม ((http://pansak.50megs.com/Measu07/ohm01.gif)) และวัดในเวลาเดียวกันกับการวัด LI สเกลเป็นสีดำ
หมายเลข 9   คือ สเกล dB เป็นสเกลใช้สำหรับอ่านค่าความดังของเสียง เมื่อตั้งย่านวัด ACV สเกลเป็นสีแดง
หมายเลข 10  คือ ไดโอดเปล่งแสง (LED)   จะเปล่งแสงสว่างขึ้นแสดงการต่อของวงจร หรือการต่อถึงกันของอุปกรณ์
หมายเลข 11  คือ กระจกเงา เพื่อช่วยทำให้การอ่านค่าบนสเกลที่ชี้ค่าด้วยเข็มชี้ถูกต้องที่สุด
                 โดยอ่านค่าตำแหน่งเข็มชี้จริงกับเข็มชี้ในกระจกเงาซ้อนกันพอด

ต่ออีกนิด.....

ข้อควรระวังในการใช้มัลติมิเตอร์

          มัลติมิเตอร์เป็นมิเตอร์ที่มีส่วนประกอบของอุปกรณ์หลายชนิด แต่ละชนิดมีขนาดเล็กและบอบบาง ยิ่งในส่วนเคลื่อนไหวของมิเตอร์ยิ่งต้องระมัดระวังอย่างมาก ตลอดจนการนำไปใช้งานก็ต้องระมัดระวังในเรื่องของปริมาณไฟฟ้าที่จะวัด และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง สามารถกล่าวโดยสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้
          1. ส่วนเคลื่อนไหวของมิเตอร์ ประกอบด้วยขดลวดเส้นเล็กมาก และมีส่วนของเดือยและรองเดือยมีขนาดเล็ก มีความบอบบาง อาจชำรุดเสียหายได้ง่ายหากได้รับกระแสมากเกินไป หรือหากได้รับการกระทบกระเทือนแรงๆ ที่เกิดจากการตกหล่น ตลอดจนการตั้งย่านวัดผิด
          2. การวัดปริมาณไฟฟ้าต่างๆ ที่ไม่ทราบค่า ครั้งแรกควรตั้งย่านวัดในย่านสูงสุดไว้ก่อน แล้วจึงค่อยๆ ลดย่านวัดลงมาให้ถูกต้องกับปริมาณไฟฟ้าที่ทำการวัดค่า และต่อขั้ววัดให้ถูกต้อง
          3. การตั้งย่านวัดโอห์มหรือย่านวัดกระแส และนำไปวัดค่าแรงดันจะมีผลให้ตัวต้านทานในวงจรมัลติมิเตอร์เสียหายได้ เมื่อแรงดันที่วัดมีค่าสูงประมาณ 100V ขึ้นไป
          4. ห้ามวัดค่าความต้านทานในวงจรที่มีกำลังไฟฟ้าจ่ายอยู่ เพราะจะทำให้ย่านวัดโอห์มของมัลติมิเตอร์ชำรุดได้ ต้องตัดไฟออกจากวงจรก่อนและปลดขาตัวต้านทานหรือขาอุปกรณ์ตัวที่ต้องการวัดออกจากวงจรเสียก่อน
          5. ขณะพักการใช้มิเตอร์ทุกครั้งควรปรับสวิตช์เลือกย่านวัดไปที่ย่าน 1,000VDC หรือ1,000VAC เพราะเป็นย่านวัดที่มีค่าความต้านทานภายในมิเตอร์สูงสุด หรือในมัลติมิเตอร์รุ่นที่มีตำแหน่ง OFF บนสวิตช์เลือกย่านวัด ให้ปรับสวิตช์เลือกย่านวัดไปที่ตำแหน่ง OFF เสมอ เพราะเป็นการตัดวงจรมิเตอร์ออกจากขั้วต่อวัด
          6. เมื่อหยุดการใช้งานมัลติมิเตอร์เป็นเวลานานๆ ควรปลดแบตเตอรี่ที่ใส่ไว้ในมัลติมิเตอร์ออกจากมัลติมิเตอร์ให้หมด เพื่อป้องกันการเสื่อมของแบตเตอรี่ และเกิดสารเคมีไหลออกมาจากแบตเตอรี่ อาจกัดกร่อนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในมิเตอร์จนชำรุดเสียหายได้ การเก็บมัลติมิเตอร์ไม่ควรเก็บไว้ในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง และมีความชื้นสูง
          7. ในกรณีการตั้งย่านวัดผิดพลาด จนทำให้มัลติมิเตอร์วัดค่าปริมาณไฟฟ้าอื่นๆ ไม่ขึ้นให้ตรวจสอบฟิวส์ที่อยู่ภายในมัลติมิเตอร์ ทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันไฟเกิน ว่าขาดหรือไม่ หากฟิวส์ขาดให้ใช้ฟิวส์สำรองที่มีอยู่ใส่แทน และทดลองใช้มัลติมิเตอร์อีกครั้ง


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: Va69 ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2014, 12:15:28 am
กระทู้ดีๆ แต่รูปหาย  ((51)) ((51)) ((51))


หัวข้อ: Re: หลักการเบื้องต้นทรานซิสเตอร์ + การวัดค่า HFE ของ Transistor
เริ่มหัวข้อโดย: surachit ที่ กุมภาพันธ์ 25, 2014, 10:03:47 am
เอาวงจรวัด trasistor มาให้ดู
(http://image.ohozaa.com/i/23e/2kXnQ1.png) (http://image.ohozaa.com/view2/xqqFUA56iwgJVB32)